
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มากุโระ กรุ๊ป [MAGURO] เปิดเผยว่า ปี 68 ผลการดำเนินการดีเกินคาดหมาย มีรายได้รวม 1,981 ล้านบาท เติบโต 44% จาก รายได้รวม 1,373 ล้านบาทในปี 67 และมีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารที่เผชิญความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และมีการแข่งขันสูง ทำให้มีร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องปิดตัวลง
“ป้จจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรสุทธิของ MAGURO Group เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน หลายปี คือ 1. การเปิดสาขาเพิ่ม 15 สาขา 2. แบรนด์ใหม่ได้รับความนิยมอย่างสูงและรวดเร็ว เช่น KIWAMIYA, Tonkatsu AOKI และ Bincho และ 3. ลูกค้าในระบบ CRM ที่เติบโตต่อเนื่องและสร้างรายได้ 58% ของรายได้รวม 4. การออกเมนูใหม่ในราคาย่อมเยาและการทำแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง 5. บริษัทฯ มีอัตรายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ที่น่าพอใจคือลดลงเพียง 4% โดยที่สามารถจบไตรมาส 4 ด้วยตัวเลข SSSG +1% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมดีกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหาร” คุณจักรกฤติ กล่าวเสริม
สำหรับไตรมาส 4/68 มีรายได้ 597 ล้านบาท เติบโต 49% และมีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท เติบโต 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยในปี 2568 สัดส่วนรายได้จากแบรนด์ร้านอาหาร ภายในเครือบริษัทฯ จะนำโดย MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม ทำรายได้คิดเป็น ประมาณ 48% HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ ทำรายได้คิดเป็นประมาณ 27% ตามมาด้วย SSAMETHING TOGETHER, Tonkatsu AOKI, Kiwamiya, CouCou และ Bincho ที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ MAGURO Group
ในปีนี้ 69 บริษัทมีแผนจะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้กว่า 30% ด้วยการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภค โดยจะเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่ 1.Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำระดับโลก โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 3/69 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ ที่สุดในเอเชีย
และ IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569 นี้ ซึ่งทั้ง2 แบรนด์ใหม่มีจุดเด่นในด้านราคาที่จับต้องได้ และคุ้มค่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าวัยทำงาน ฟู้ดเลิฟเว่อร์ และลูกค้าทั่วไปที่ต้องการเปิดประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับแท้จริง คาดว่าจะได้รับ การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และจะกลายเป็นแบรนด์เรือธงของบริษัทฯ ที่ช่วยสร้างรายได้เติบโต
นอกจากนี้ยังคงดำเนินกลยุทธ์ขยายจำนวนสาขาของแบรนด์ภายในเครือฯ โดยตั้งเป้าเพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นจำนวนกว่า 73 ร้าน ภายในสิ้นปี 69 เพื่อเป็นการรองรับการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นการขยายฐานพื้นที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อกระตุ้นยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตอีกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





