
บมจ.ไทยวา [TWPC] อวดผลงานปี 68 ทำกำไรสุทธิ 156 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 71 ล้านบาทในปีก่อนหน้า กำไรจากการดำเนินงาน ทะยาน 965% ปริมาณขายรวมเติบโต 7% และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 15% เป็น 21% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การยกระดับสินค้าสู่กลุ่มพรีเมียม (Premiumization) และการกระจายพอร์ตธุรกิจ
โครงสร้างธุรกิจที่เป็นความได้เปรียบของ TWPC แบบ Multicore Platform ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลักที่ทำงานเสริมกันและกระจายตัวในระดับภูมิภาค ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ และเปิดโอกาสให้บริษัทขับเคลื่อนการเติบโตจากหลายเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน
กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของรายได้รวม ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์การเติบโตด้านผู้บริโภค มีรายได้เติบโต 8% แตะระดับ 2,558 ล้านบาท จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (RTE) และอาหารพร้อมปรุง (RTC) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม หรือ Specialty (HVA) เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่น ด้วยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2% และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นถึง 720 basis points เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการสูตรส่วนผสมเฉพาะทางในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม และขนมขบเคี้ยวทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมแผนขยายตลาดสู่ยุโรปและตะวันออกกลางในปี 2569
ส่วน กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) ยังคงเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตธุรกิจ ด้วยผลตอบแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความแข็งแกร่งของกำไรที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีการเติบโตสู
กลยุทธ์ Premiumization ของ TWPC เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนและกำลังเร่งตัวขึ้น โดยสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวถึง 630 basis points จากการปรับพอร์ตสินค้าอย่างเป็นระบบไปสู่กลุ่มมูลค่าสูงและมีความผันผวนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) และ แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีสัดส่วนกำไรรวมมากกว่า 80% ภายในปี 2573 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคุณภาพกำไรที่ดำเนินไปอย่างชัดเจนและทวีคูณ
การปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัจจัยตามวัฏจักร โดยต้นทุนขายที่ลดลงถึง 15% ช่วยสร้าง Operating Leverage ให้ธุรกิจสามารถขยายอัตรากำไรได้ทุกครั้งที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น หรือเมื่อสัดส่วนสินค้าพรีเมียมสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การกระจายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาค CLMV ประเทศไทย และตลาดหลักในเอเชีย-แปซิฟิก ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก อีกทั้งกลุ่ม HVA ยังมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าเฉพาะทางที่ไม่ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TWPC กล่าวว่า ผลงานในปี 68 เป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจแบบ Multicore ของเราสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง บริษัทสามารถขยายอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 630 basis points และทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 965% จากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยว่าเราควรแข่งขันที่ไหนและอย่างไร ในปี 69 บริษัทจะเร่งขยายกลุ่ม HVA สู่ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกและยุโรป ขยายพอร์ตอาหารพรีเมียมสู่ระดับสากล และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทอาหารระดับโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





