แร่หายากขาดแคลนหนักในสหรัฐฯ กระทบอุตสาหกรรมการบิน-ชิป

ซัพพลายเออร์ที่จัดหาวัตถุดิบให้บริษัทอากาศยานและผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแร่หายากรุนแรงขึ้น โดยอย่างน้อยสองรายเริ่มปฏิเสธรับลูกค้าบางส่วน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่งในการประชุมสุดยอดเร็ว ๆ นี้

แร่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อิตเทรียม (yttrium) และสแกนเดียม (scandium) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแร่หายาก 17 ชนิด แม้ใช้ในปริมาณไม่มาก แต่มีบทบาทสำคัญต่อเทคโนโลยีกลาโหม อุตสาหกรรมการบิน และการผลิตชิป โดยแร่เหล่านี้เกือบทั้งหมดผลิตในจีน โดยเฉพาะอิตเทรียม ซึ่งใช้เป็นสารเคลือบเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์และกังหันละลายจากความร้อนสูง หากไม่มีการเคลือบอย่างสม่ำเสมอ เครื่องยนต์จะไม่สามารถใช้งานได้

แม้ว่าจีนจะอนุญาตให้การส่งออกแร่หายากหลายชนิดกลับมาดำเนินการอีกครั้ง หลังจากประกาศจำกัดการส่งออกเมื่อเดือนเม.ย. 2568 แต่ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้มีการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศในเดือนต.ค. 2568

การผ่อนคลายดังกล่าว ซึ่งมีเงื่อนไขส่วนหนึ่งให้จีนระงับมาตรการจำกัดการส่งออกแร่สำคัญ จะเป็นหนึ่งในประเด็นหารือในการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศที่กรุงปักกิ่งในเดือนมี.ค. 2569

ข้อมูลระบุว่า จีนส่งออกผลิตภัณฑ์อิตเทรียมไปยังสหรัฐฯ เพียง 17 ตัน ในช่วง 8 เดือนหลังเริ่มใช้มาตรการควบคุมเมื่อเดือนเม.ย. 2568 เทียบกับ 333 ตันในช่วง 8 เดือนก่อนมีมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีรายงานข่าวครั้งแรกเกี่ยวกับการขาดแคลนอิตเทรียมในเดือนพ.ย. 2568 ราคาอิตเทรียมปรับตัวเพิ่มขึ้น 60% แล้ว และปัจจุบันอยู่สูงกว่าระดับเมื่อหนึ่งปีก่อนอยู่ราว 69 เท่า ขณะที่ผู้บริหารบริษัทและผู้ค้าในอุตสาหกรรมระบุว่า ผู้ผลิตสารเคลือบบางรายเริ่มจำกัดการจัดสรรวัตถุดิบแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งมั่นที่จะรับประกันให้ธุรกิจสหรัฐฯ ทุกแห่งสามารถเข้าถึงแร่ธาตุที่สำคัญได้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)