
เมื่อเวลา 15.02 น.ราคาหุ้น BH พุ่ง 6.53% เพิ่มขึ้น 12.50 บาท มาที่ 204.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,665.57 ล้านบาท จากราคาเปิด 193.00 บาท ราคาสูงสุด 205.00 บาท และราคาต่ำสุด 192.00 บาท
บล.กรุงศรี มีมุมมอง “บวกเล็กน้อย” ต่อโทนการประชุมของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ [BH]เนื่องจาก 1) รายได้ต่างชาติมีโมเมนตัมเติบโตดี ทำให้มีผลบวกของ Intensity ค่ารักษาตามความซับซ้อนเพิ่มขึ้น 2) มีโอกาสเห็นความคืบหน้าคูเวตกลับมาส่งคนไข้ในปีนี้ และ 3) แนวโน้มไตรมาส 1/69 รายได้เติบโต y-y จาก Intensity และปรับขึ้นราคา จะเป็นบวกต่ออัตรากำไรเพิ่มขึ้น โดยปีนี้คาดกำไรสุทธิ (+3% y-y) กลับมาเติบโตตามการฟื้นตัวของรายได้ (+5% y-y) นอกจากนี้ ราคาหุ้นยังมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากเงินปันผลพิเศษและเงินปันผลปกติงวด H2/68 ยังไม่ขึ้น XD (17 มี.ค.)
ในปี 68 จำนวนเตียงให้บริการ 516 เตียง และอัตราใช้เตียงเฉลี่ย 68% (vs ปี 2567 จำนวนเตียง 529 เตียง, อัตราใช้เตียงเฉลี่ย 69%) รายได้รักษาพยาบาล (-2% y-y) ลดลงจาก Volume (-7% y-y) ขณะที่ Intensity ค่ารักษาตามความซับซ้อน (+1.3% y-y) และผลของราคา (+4%) ที่เพิ่มขึ้นไม่สามารถชดเชยได้
ทั้งนี้ ภาพรวมรายได้ครึ่งหลังของปี 68 (+1% y-y, +7% h-h) เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก (-5% y-y, -6% h-h) มีปัจจัยบวกจากรายได้ต่างชาติ (+4% y-y, +12% h-h) เติบโตดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง (กาตาร์, UAE, โอมาน), พม่า, บังกลาเทศ และ Expat (USA) ชดเชยรายได้ชาวไทย (-4% y-y, -1% h-h)
รายได้กลุ่มประกัน (+8% y-y) เติบโตต่อเนื่อง (vs ปี 67 รายได้กลุ่มประกัน +7% y-y) มีปัจจัยบวกจากการเติบโตของรายได้กลุ่มประกันต่างชาติ (+13% y-y) ส่วนรายได้กลุ่มประกันในประเทศ (+5% y-y) เติบโตในอัตราชะลอตัวจากปี 67 (+7% y-y) เป็นผลจากการเริ่มใช้ประกันแบบ Co-payment ทั้งนี้ ผู้บริหารไม่กังวลต่อประกันแบบ Co-payment ต่อปริมาณการใช้บริการที่ชะลอตัว เนื่องจากมองว่าจะสามารถชดเชยด้วย Intensity ค่ารักษาที่สูงขึ้น
ผู้บริหารเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่การส่งคนไข้รัฐสวัสดิการคูเวตจะกลับมาในปีนี้ และมีโอกาสที่ BH จะกลับมาให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ โดยปี 68 BH มีรายได้ลูกค้าคูเวตที่จ่ายเงินเอง (Self-pay) ราว 244 ลบ. คิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของรายได้รักษาพยาบาล และ BH ได้รับเงินค่ารักษาค้างชำระทั้งหมดของลูกค้ารัฐสวัสดิการคูเวตแล้ว ส่วนซาอุดีอาระเบียคาดว่าจะมีความคืบหน้าในการเซ็น MOU ระหว่างรัฐบาลในปีนี้หลังจากประเทศไทยจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย
ช่วงต้นปี 69 BH ปรับขึ้นราคาราว 4% เท่ากับปี 68 โดยผู้บริหารให้มุมมองต่อรายได้ในไตรมาส 1/69 เติบโตราว 2-3% y-y เนื่องจากรอมฎอนปีนี้มีผลกระทบต่อการใช้บริการของกลุ่มตะวันออกกลางเต็มไตรมาส (vs ไตรมาส 1/68 กระทบ 65%) ขณะที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติอื่นๆ มีโมเมนตัมเติบโตดี (พม่า, Expat)
ในปี 69 คาดว่าจะไม่มีเตียงเพิ่ม ส่วนการลงทุนเป็นไปตามแผนก่อสร้างอาคารซอย 1 กรุงเทพฯ (เพิ่มเตียง 59 เตียง) และ BIH ภูเก็ต จะเปิดให้บริการในครึ่งหลังของปี 70
ผู้บริหารไม่ให้ความเห็นต่อการปรับนโยบายเงินปันผลเพิ่มขึ้น ซึ่งนโยบายเงินปันผลของ BH ไม่ระบุอัตราจ่ายไว้ โดยระบุเพียงจ่ายเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรสุทธิที่จะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ และจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิก่อน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





