เศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่โตดีกว่าคาด ผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ไม่หนักอย่างที่วิตก

ธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาแห่งยุโรป (EBRD) ระบุในวันนี้ (26 ก.พ.) ว่า แม้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาจะทำให้ทิศทางการค้าโลกเปลี่ยนไป แต่ผลกระทบไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ส่งผลให้บางประเทศกำลังพัฒนามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

EBRD เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของ 40 ประเทศที่อยู่ภายใต้การดูแล ขยายตัว 3.4% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ธนาคารเตือนว่า ความไม่แน่นอนและความปั่นป่วนทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ อาจกระทบต่อการเติบโตของบางประเทศในระยะต่อไป

EBRD ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเป็น 3.6% ในปี 2569 และ 3.7% ในปี 2570 เพิ่มขึ้น 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากประมาณการช่วงฤดูใบไม้ร่วงทั้งสองปี

เบอาตา ยาวอร์ชิก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ EBRD ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา และคาดว่าการเติบโตในปีนี้และปีหน้าจะดีกว่าปีที่แล้ว

รายงานระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในยุโรป อีกทั้งผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่รุนแรงเท่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

การส่งออกจากบางประเทศสมาชิกของ EBRD ไปยังสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากประเทศเหล่านี้เข้ามาทดแทนสินค้าที่เดิมส่งออกจากจีน

ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก และโปแลนด์ เป็นกลุ่มประเทศที่ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น เซิร์ฟเวอร์ หน่วยประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนทิศทางการค้าดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ยาวอร์ชิกเตือนว่า ผลกระทบทั้งหมดจากมาตรการภาษียังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลการค้าส่วนใหญ่ที่ใช้ในรายงานเป็นสินค้าที่ไปถึงสหรัฐฯ ก่อนการประกาศมาตรการภาษี “Liberation Day” ในเดือนเม.ย. 2568 นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หลังศาลสูงสหรัฐฯ วินิจฉัยว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการบังคับใช้มาตรการภาษีชุดแรก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)