
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย [THAI] เปิดเผยว่า ในปี 69 จำนวนเครื่องบินของการบินไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำในสิ้นปี 69 จาก 80 ลำ ในปี 68 ทำให้ปีนี้บริษัทจะมีจำนวนเครื่องบินใกล้เคียงกับก่อนโควิด (ปี 62) ที่ 103 ลำ โดยมาจากการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบ A321Neo จำนวน 14 ลำ เครื่องบินลำตัวกว้างโบอิ้ง 787-9 ที่ได้เช่ามา 4 ลำจะเข้ามาในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ และ โบอิ้ง 787-8 ที่เพิ่มจัดเช่าเข้ามา 10 ลำ จะทยอยเข้ามาตั้งแต่ กลางปีนี้เดือนละ 2 ลำ ขณะที่ปลดระวางเครื่องบินออกจากฝูง ได้แก่ A350, โบอิ้ง 787 และ โบอิ้ง 777-200ER
ทั้งนี้ ในปี 69 บริษัทจะมีเครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติการเพิ่มเป็น 99 ลำ ทำให้กำลังผลิต (Capacity) เพิ่มขึ้น 5% จากปี 68 โดยเครื่องบินลำตัวกว้างทยอยเข้ามากลางปี แต่ในปี 70 จะใช้เครื่องบินได้เต็มที่ตลอดทั้งปีจะทำให้กำลังผลิตเพิ่มมากว่าปี 69
จาก Capacity ที่เพิ่มขึ้นคาดว่ารายได้จากการขนส่งจะเติบโตตามไปด้วยมากกว่า 5% หรือสร้างรายได้เกินกว่า 2 แสนล้านบาท จากปี 68 ที่มีรายได้ 1.9 แสนล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะรักษาอัตรากำไรจาการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษี (EBIT Margin) ที่ระดับ 20% ซึ่งในปี 68 ถือว่าสูงมาก โดยอยู่ที่ 21.46% เนื่องจากมีการควบคุมต้นทุนชัดเจน

พร้อมวางเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารปี 69 ใกล้ 20 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนที่มี 16.46 ล้านคน และอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยที่ 80% จากปีก่อนที่ 79.2%
สำหรับผลประกอบการปี 68 บริษัททำกำไรสุทธิได้ 3.09 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกำไรจากการดำเนินงาน เท่ากับ 40,839 ล้านบาท ลดลง 1.6% และ EBITDA ที่ 53,880 ล้านบาท ลดลง 8.9% ปัจจัยหลักมาจากเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษจากผลการดำเนินงานในครั้งเดียวให้กับพนักงานเมื่อปลายปีก่อน
นายชาย กล่าวว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาพนักงานของบริษัทได้ร่วมทุ่มแทการพัฒนาให้องค์กรกลับมามีผลงานแข็งแกร่ง การเพิ่มค่าตอบแทนครั้งนี้เพื่อรักษาบุคคลากรของการบินไทยไว้ ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจการบินสูงขึ้น จึงเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม บริษัทจะควบคุมค่าใช้จ่ายบุคคลากรไม่เกิน 13% ของรายได้จากการบิน
อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานสูงระดับ 4 หมื่นล้านบาท (-1.6%YoY) ถือว่าเป็นระดับที่สูงที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
นายชาย กล่าว่า ในปี 69 ธุรกิจการบินก็ยังเผชิญกับปัญหา Capacity ที่แต่ละสายการบินยังหาเครื่องบินไม่ได้มากพอที่จะรองรับความต้องการเดินทาง ซึ่งการหาเครื่องบินเช่าก็มีไม่ได้มาก ทั้งนี้ การบินไทย ได้ทำสัญญาเช่าเครื่องบินลำตัวกว้างจำนวน 10 ลำเมื่อเร็วๆ นี้ กับเครื่องบินเช่าก่อนหน้านี้อีก 4 ลำ ช่วยทำให้ปิดช่องว่างระหว่างที่รอเครื่องบินที่สังซื้อใหม่เข้ามาในต้นปี 71 จำนวน 45 ลำ บวกออพชั่นที่สั่งซื้อเพิ่มได้ จะทยอยเข้ามา
THAI วางกลยุทธ์ที่จะกลับไปบินในจุดบินที่เคยทำกำไรได้ดี ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม ที่เคยบินเมื่อ 30 ปี ก็จะเริ่มบินกลางปีนี้ , โอ๊คแลนด์ จะเริ่มกลับมาบินปลายปีนี้ และยังมีอีกหลายเมือง ซึ่งจะค่อยๆ ทยอยกลับไปทำการบิน เพื่อแย่งชิงตลาดคืนมาจากสายการบินคู่แข่งในภูมิภาค และเพิ่มความถี่จุดบินที่ยังทำกำไรได้ ได้แก่ ปารีส มิวนิค เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Net work Airline และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในเครื่องบิน โดยเครื่งอบนิใหม่ A321Neo ได้รับการตอบรับที่ดี ชั้น Business Class เต็มทุกเที่ยวบิน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THAI กล่าว่า ในปีนี้ การรับมอบเครื่องบินใหม่ A321Neo 14 ลำจะเป็นกำลังหลักในการเติบโต โดยทำการบินเส้นทางระยะสั้นที่ทำราคาได้ดีกว่าระยะยาว หรือลักษณะ Point to Point ขณะเดียวกันก็ยังคงใช้กลยุทธ์ Net work Airline เพราะปีนี้เครื่องบินลำตัวแคบเข้ามามากกว่า โดยจะมีการปรับ Traffic ให้เหมาะสมกับแต่ละฤดูกาล
การบินแบบ Point to Point ให้ yield สูง ขณะที่ทำการบินแบบ Net Work ช่วยเพิ่มวอลุ่ม โดยเฉพาะในช่วง Low Season ช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ซึ่งอยู่ในช่วง Low Season ไม่ขาดทุน ซึ่งทำได้ดีมา 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สิ้นปี 68 การบินไทยมีสัดส่วนทำการบินแบบ Net work สูงขึ้นมาที่ 22-25% จากเดิม 6% แต่ในช่วง High season การทำการบินแบบ Point to Pont ทำให้บริษัททำกำไรได้ดีขึ้น
นายชาย กล่าวว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มองเป็นความเสี่ยงของธุรกิจ แต่บริษัทได้หาช่องทางทำรายได้หลายแห่ง โดยกระจายในเอเชีย ยุโรป โดยเฉพาะ จีน อินเดีย ปีนี้จะเพิ่มเที่ยวบินให้ 2 ประเทศสมดุลพอๆ กัน จีนจาก 47 เที่ยวบิน เพิ่มเป็น 80 เที่ยวบิน/สัปดาห์ อินเดีย เพิ่มจาก 70 เที่ยวบิน เป็น 90 เที่ยวบิน/สัปดาห์ โดยการบินไทยจะใช้ไทยเป็นจุดเชื่อม 2 ประเทศนี้ที่มีประชากรสูง
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยปีนี้เห็นการเติบโตที่ดีขึ้น นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมา มองว่าเป็นโอกาส ซึ่งในไตรมาส 2 นี้จะกลับไปบินที่จีน ได้แก่ ฉงชิ่ง ฉางชา เซี่ยเหมิน และเพิ่มความถี่ที่ปักกิ่ง ไตรมาส 3 กลับไปบินกวางเจา พร้อมเพิ่มความถี่ที่อินเดีย และกัวลาลัมเปอร์
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ในกลุ่มเอเชีย 50% ยุโรป 33% ออสเตรเลีย 10% ในประเทศ 5%
ด้านนางเฉิดโฉม เทอดเถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี THAI กล่าวว่า ในปีนี้ การบินไทยจัดสรรงบลงทุนจำนวน 4 หมื่นล้านบาท ใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ภายในเครื่องบิน การกันเงินไว้เพื่อวางมัดจำเครื่องบินเช่า การสั่งซื้ออะไหล่อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องบินใช้สำรองการซ่อมบำรุง โดยบริษัทมีเงินสดสิ้นปี 68 ที่ 123,560 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 69 คาดว่า อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น ยังคงระดับ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้มจะลดลงได้ จาการเพิ่มส่วนผู้ถือหุ้นที่จะมาจากกำไรจากการดำเนินงาน โดยในปี 68 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มสูงขึ้นเป็ 75,912 ล้านบาท จากปี 67 ส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 45,589 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 66.5% ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนกู้เงิน
นายชาย กล่าวว่า บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้ยื่นข้อเสนอขอปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่การบินไทยจะดำเนินการโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ภายในสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะมีนัดหารือกันในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ดี การบินไทย ยืนยันที่จะดำเนินโครงการ MRO จุดเดิม บนพื้นที่ 210 ไร่ อยู่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา เพราะบริษัทได้ดำเนินการวาง Conceptual ไว้แล้ว ถ้าย้ายจะมีปัญหาเทคนิค และแผนงานเราทำล่วงหน้ามามากแล้ว อีกทั้งการบินไทยได้หารือเงื่อนไขการเช่าพื้นที่กับ EEC เรียบร้อยแล้ว รอลงนามสัญญา แต่เมื่อ UTA ยื่นข้อเสนอมา ทางบอร์ด THAI ที่ได้อนุมัติโครงการ MRO พร้อมการเช่าพื้นที่ใน EEC จึงขอให้เคลียร์กับ UTA ให้เรียบร้อยก่อน หากตกลงกันได้ คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาเร็วๆนี้ และเริ่มจ้างที่ปรึกษาออกแบบ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 70 ตั้งเป้าจะเปิดให้บริการในปี 73
สำหรับคดีที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในนามกลุ่มผู้ถือหุ้นและกลุ่มผู้ถือหุ้น ได้ยื่นฟ้อง บมจ.การบินไทย ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น THAI เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนจนกว่าศาลมีคำพิพากษา และภายหลังศาลเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น นายชาย กล่าวว่า ศาลได้ให้ดำเนินขั้นตอนคู่กรณีไกล่เกลี่ย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนมี.ค.อย่างไรก็ดี คดีนี้จะไม่ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





