BAM ปี 69 ปักธงกำไร 2,000 ลบ.ชูโมเดล Cherry Picking คัดพอร์ตเกรด A หลังปี 68 ปั๊มกำไรโต 13% แม้ Q4 เจอโจทย์หิน

บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ [BAM] วางเป้าหมายปี 69 เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมุ่งสร้างผลเรียกเก็บรวมในระดับ 17,900 ล้านบาท เพื่อสร้างผลกำไรสุทธิในระดับ 2,000 ล้านบาท ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกทั้งในด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) การบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่าย รวมถึงการต้งัสา รองเพื่อให้สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์

บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายพอร์ตการลงทุน เพื่อให้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (รวม JV AMC) มูลค่ารวม 600,000 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2568 มี

มูลค่ารวม 587,866ล้านบาท) โดยจะมุ่งเน้นการเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งการลงทุนผ่านกิจการร่วมทุน (Joint Venture) และการลงทุนโดยตรงของบริษัท ซึ่งจะเลือกลงทุนเฉพาะพอร์ตในลักษณะ Cherry Picking ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างผลตอบแทนสูงได้

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 68 ว่ามีกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยมีผลเรียกเก็บ 17,857 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผลเรียกเก็บจากการบริหารหนี้ NPLs จำนวน 10,670 ล้านบาท และงานบริหารทรัพย์สินรอการขาย NPAs จำนวน 7,187ล้านบาท ทำให้ภาพรวมการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า

ในปี 68 บริษัท สามารถดำเนินภารกิจหลักในการประนอมหนี้และบริหารจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนกว่า 5,400 ราย คิดเป็นยอดเงินต้นรวมกว่า 26,500 ล้านบาท พร้อมทั้งจำหน่ายทรัพย์สินได้กว่า 3,100 รายการ มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจผ่านรูปแบบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในลักษณะ Joint Venture (JV Model) ภายใต้แนวคิด “BAM Universe” ส่งผลให้ปัจจุบันมีพอร์ตสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 587,866 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/68 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาท ลดลง 77.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 36.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้านผลเรียกเก็บ 4,054 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกนัของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้บริหารจัดการผลเรียกเก็บให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งในไตรมาส 4 ยังเป็นช่วง High Season ของปี มีสัญญาณเติบโตที่ดีด้วยเงินรับจากการขายทรัพย์ NPAs จำนวน 1,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น53.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากยอดขายทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย (ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และห้องชุด) เป็นผลจากการเร่งทำแคมเปญการตลาดและโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ โดยบริษัทฯ มีราคาขายต่อราคาประเมินทรัพย์เฉลี่ยที่ 85.9% (ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 86.6%) ในขณะที่จัดเก็บหนี้ NPLs ได้ 2,085 ล้านบาท ลดลง 12.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนการรับชำระหนี้จากการปรับโครงสร้างหนี้ 62.9% และจากการขายทรัพย์ทอดตลาด 37.1%

ทั้งนี้ ตลอดปี 68 BAM เข้าร่วมประมูลซื้อหนี้รวม 61,106 ล้านบาท ชนะการประมูลเป็นภาระหนี้รวม 7,837 ล้านบาท ราคาซื้อเฉลี่ยคิดเป็น 26.2% ของราคาประเมิน (ปี 67 อยู่ที่ 35.0%)

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)