PTT ลั่นปี 69 ปั๊มเงินสดทะลุแสนล้าน ลุยโปรเจกต์ Genesis เร่งปิดดีลพันธมิตร Global พร้อมตบเท้าเข้า JUMP+

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. [PTT] เปิดเผยว่า ในปี 69 ยังมีความท้าทายจากปัจจัยต่างประเทศ โดยบริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ Profit Enhancement ปรับโครงสร้างภายใน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าจากการผนึกพลังร่วมกัน โดยตั้งเป้าเพิ่มกระแสเงินสดแตะระดับ 100,000 ล้านบาทในปี 69 จากในปี 68 ที่เพิ่มกระแสเงินสดได้ 17,000 ล้านบาท

PTT คาดการณ์ปริมาณการขายโดยรวมปี 69 จะเติบโตดีกว่าปีก่อน ทั้งในแง่ธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ อาทิ ยอดขายก๊าซและการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในด้านราคาและมาร์จิ้นอาจไม่สามารถคาดการณ์ได้จากความไม่แน่นอนในตลาดโลก บริษัทจึงมุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณการขายเพื่อเพิ่มกำไรมากกว่าการพึ่งพิงจากด้านราคา

บริษัทยังเดินหน้าโครงการปรับพอร์ตการลงทุนของธุรกิจปิโตรเลียมและการกลั่น (Genesis) เพื่อแสวงหาพันธมิตรระดับโลกมาช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับ Flagship มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงาน และคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 69 ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับ Global ที่มีความแข็งแกร่ง เพื่อเปลี่ยนจากคู่แข่งให้มาเป็นคู่ค้า ช่วยลดการแข่งขัน และสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด

“การคัดเลือกพันธมิตรท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปตท. ยืนยันว่าพิจารณาจากผลประโยชน์ทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันเป็นหลัก โดยมองโอกาสจากทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เนื่องจากในระดับธุรกิจโลกยังมีความพึ่งพากันสูง”นายคงกระพัน กล่าว

สำหรับ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด (PTT Tank) ที่จะยกระดับเป็น Infrastructure Flagship เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของกลุ่ม ปตท. ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เฟสแรกมีการลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังแสวงหาพันธมิตรมาลงทุนด้วย ซึ่งอาจเป็น Infrastructure Fund เนื่องจากบริษัทยังควบคุมการบริหารและบริการได้เหมือนเดิม และอาจได้ความเห็นด้านการดำเนินงานใหม่ ๆ ด้วย

ซีอีโอ PTT กล่าวอีกว่า เป้าหมายเพิ่ม EBITDA โครงการ Profit Enhancement ในปี 69 โครงการ P1 ปีนี้แตะ 3,244 ล้านบาท, โครงการ D1 หรือ Domestic Products Management ตั้งเป้าเพิ่มกระแสเงินสดแตะ 1,035 ล้านบาท, โครงการ Mission X ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ทั้งกลุ่ม ปตท. แตะ 20,000 ล้านบาท และ โครงการ AXIS ตั้งเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงรักษาวินัยทางการเงิน

ล่าสุด บริษัทเสนอแผนเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นอกจากนี้ บริษัทยังได้เชิญชวนกลุ่มบริษัทในเครือในการเข้าร่วมโครงการ หากไม่ทันรอบแรกยังสามารถเข้าร่วมในครั้งถัดไปได้ โดยโครงการ Jump+ ได้ขยายเวลารับสมัครไปถึงวันที่ 31 มี.ค. 69

นายคงกระพัน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ความผันผวนรุนแรงในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบของนโยบายกำแพงภาษี ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และราคาพลังงานที่ปรับตัวตามตลาดโลก ปตท. ยังสามารถยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันและความท้าทาย ผ่านบทพิสูจน์ด้วยกลยุทธ์ที่ผ่านการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์รอบด้าน โดยมุ่งเน้นธุรกิจหลักHydrocarbon ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ พร้อมทบทวนกลยุทธ์และปรับพอร์ตธุรกิจ Non-Hydrocarbon

อีกทั้งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ การบริหารความร่วมมือด้าน Supply Chain ผ่านโครงการ P1และ D1 ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานผ่านโครงการ MissionX รวมถึงผลักดันการนำ Digital Tools และ AI มาใช้อย่างคุ้มค่าผ่านโครงการ AXIS นอกจากนี้ยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่มกว่า 38,000 ล้านบาท (Profit Enhancement) ส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 90,166 ล้านบาท ในปี 68

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)