TTA ปี 68 กำไรโต 15% ทุกกลุ่มสดใส งานในมือทุบสถิติ ธุรกิจเรือสุดปังค่าระวางสูงกว่าตลาด-คุม OPEX ต่ำ

บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ [TTA] เผยผลประกอบการปี 68 มีรายได้จำนวน 29,909.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,515.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 67 ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 24 ร้อยละ 54 ร้อยละ 12 ร้อยละ 7 และร้อยละ 3 ของรายได้รวมทั้งหมด ตามลำดับ

ในปี 68 TTA มีผลขาดทุนสุทธิจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 578.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการทบทวนฐานะทางการเงินและแนวโน้มธุรกิจของผู้กู้ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า ซึ่งรายการดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดจึงไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน สภาพคล่อง หรือความสามารถในการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากไม่รวมผลขาดทุนสุทธิจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ TTA มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 2,094.4 ล้านบาทในปี 68 สะท้อนความแข็งแกร่งของกำไรจากการดำเนินงานและความสามารถในการรักษากระแสเงินสด

TTA ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดภายใต้การบริหาร จำนวน 8.5 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่ 0.37 เท่า อีกทั้ง กระแสเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงานยังคงเป็นบวก จำนวน 4,830.1 ล้านบาท ในปี 2568 และอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.65 เท่า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอ และการมีเงินสดภายใต้การบริหารมากกว่าหนี้สิ้นที่มีภาระดอกเบี้ย โดย TTA ยังคงดำรงระดับเงินสดภายใต้การบริหารและโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันการเงิน เพื่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA เปิดเผยว่า บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและแข่งขันในตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองระดับโลกได้ดี โดยในเดือน ก.ย.68 บริษัทได้จำหน่ายเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองประเภท Supramax อายุ 24 ปี ส่งผลให้จำนวนกองเรือลดลงเหลือ 23 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพของกองเรือโดยรวมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

และจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โทรีเซน ชิปปิ้ง จึงได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองระดับโลก จากรายงาน Vessel Index Report 2024 โดย Lienguard & Roschmenn และเป็นบริษัทเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (61-67) สะท้อนความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานและความสามารถในการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัฏจักรอุตสาหกรรม

ขณะที่เมอร์เมดฯ มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีมูลค่าสัญญารอส่งมอบสูงถึง 725.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและความไว้วางใจจากลูกค้า โดยในปี 68 บริษัทได้ดำเนินโครงการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมขนาดใหญ่ในประเทศไทยแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย เป็นตัวบ่งชี้ถึงความเชี่ยวชาญของบริษัท และเสริมความพร้อมการรับงานโครงการในอนาคต โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เมอร์เมดฯ ยังได้รับสัญญาโครงการใหม่ในตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลเหนือ และแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ครอบคลุมทั้งสัญญาระยะสั้นและระยะยาวที่ต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 79

บมจ.พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ [PMTA] ในปีที่ผ่านมาเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกขั้นโดยโรงงานบาคองโคสามารถดำเนินงานในช่วงเวลากลางวันได้ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 90% นอกจากนี้ PMTA ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศเวียดนามให้ความพึงพอใจสูงสุด โดยผลสำรวจจาก CI Research ระบุว่าได้รับการตอบรับเชิงบวก 100% ต่อผลิตภัณฑ์และบริการ ส่งผลให้ได้รับคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 4.7 จาก 5 สะท้อนคุณภาพผลิตภัณฑ์และความเป็นเลิศด้านการให้บริการ

กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม พิซซ่า ฮัท ปักหมุดขยายสาขาครบ 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี “นาโปลีพิซซ่า” ที่สร้างปรากฎการณ์มียอดขายสะสมมากกว่า 2.4 ล้านชิ้น สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ ทั้งนี้ แบรนด์ยังได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “FEED GOOD TIMES” ที่มุ่งสร้างความสุขและช่วงเวลาที่ดีให้กับลูกค้า

ขณะเดียวกัน ทาโก้ เบลล์ ได้ขยายสาขาเพิ่มเป็น 45 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านแพลตฟอร์มเกมและดนตรี ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่มีพลังสดใหม่ และสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

สำหรับกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ TTA รายงานรายได้ค่าระวางที่ 7,262.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 67 เนื่องจากรายได้จากเรือเช่าที่สูงขึ้นตามจำนวนเรือเช่าเทียบเท่าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์จะลดลง โดยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจฯ เฉลี่ยที่ 13,315 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ลดลง 8% แต่ยังสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิที่ 11,629 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

ขณะที่ อัตราการใช้ประโยชน์เรือยังคงสูงอย่างต่อเนื่องที่ 99.5% และสามารถทำอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดที่ 28,587 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของเรือ (OPEX) อยู่ที่ 4,528 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เพิ่มขึ้น 5% จากปี 67 ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับลูกเรือ และค่าใช้จ่ายด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับค่าบำรุงรักษาเรือที่สูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ 15%

โดยสรุป โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 1,375.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 68 โดยเป็นเจ้าของเรือจำนวน 23 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ จำนวน 21 ลำและเรืออัลตราแมกซ์ จำนวน 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 56,228 เดทเวทตัน (DWT) และมีอายุเฉลี่ย 16.9 ปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)