หุ้นสายการบินในเอเชียร่วงหนักหลังปิดน่านฟ้าตอ.กลาง หุ้นพลังงานพุ่งตามราคาน้ำมัน

หุ้นกลุ่มสายการบินในตลาดเอเชียร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้มีการปิดน่านฟ้าของหลายประเทศในตะวันออกกลางและมีการปิดสนามบินหลายแห่ง ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมการเดินทาง ขณะที่นักลงทุนเริ่มประเมินภาระต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและผลกระทบจากการหยุดชะงักด้านการดำเนินงานของกลุ่มสายการบิน

หุ้น Singapore Airlines ร่วงลงกว่า 6% ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มสายการบิน ขณะที่หุ้นสายการบินของญี่ปุ่นอย่าง ANA และ JAL ต่างก็ร่วงลงกว่า 4% ส่วนหุ้น Cathay Pacific ของฮ่องกงร่วงลง 3.63% หุ้นสายการบิน Qantas ของออสเตรเลีย และ Eva Air ของไต้หวัน ต่างก็ดิ่งลงกว่า 4%

สายการบินชั้นนำได้พากันยกเลิกเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลางรวมกันจำนวนหลายร้อยเที่ยว เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า น่านฟ้าของอิหร่าน อิรัก คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ได้ถูกสั่งปิด

ขณะที่ข้อมูลจาก Cirium ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน ระบุว่า มีเที่ยวบินมากกว่า 1,800 เที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศในตะวันออกกลางถูกยกเลิกเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) และมีอีก 1,400 เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากภูมิภาคนี้ถูกยกเลิกในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.)

ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานในตลาดเอเชียดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยหุ้นบริษัท Woodside Energy ในตลาดหุ้นออสเตรเลีย, หุ้น Inpex ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น, และหุ้น China National Offshore Oil Corporation ในตลาดหุ้นฮ่องกง ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 5%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมัน WTI ทะยานขึ้น 8% ในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนที่จะลดช่วงบวกเป็นปรับตัวขึ้นราว 4% หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต

ส่วนหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์ในตลาดเอเชียปรับตัวขึ้นเช่นกัน แม้จะปรับขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าก็ตาม โดยหุ้นบริษัทยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Heavy Industries, Kawasaki Heavy Industries และ IHI ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1% ส่วนหุ้นบริษัท ST Engineering ของสิงคโปร์ ดีดตัวขึ้น 2%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)