ญี่ปุ่นเตรียมอพยพพลเมืองจากอิสราเอล หลังวิกฤตอิหร่านลุกลามทั่วภูมิภาค

รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างพิจารณาอพยพพลเมืองญี่ปุ่นที่พำนักในอิสราเอล ภายหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโดว่า รัฐบาลเตรียมจัดรถบัสเพื่อนำชาวญี่ปุ่นอพยพไปยังจอร์แดน ซึ่งอาจเริ่มได้เร็วที่สุดในวันจันทร์ (2 มี.ค.) ขณะที่ในอิหร่าน ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นราว 200 คน ทางการประเมินว่าการอพยพเป็นกลุ่มทำได้ยาก เนื่องจากท่าอากาศยานปิดให้บริการ และเส้นทางภาคพื้นดินมีความเสี่ยง

อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นยังติดตามสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาติเอเชียที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างญี่ปุ่น หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นเหตุให้อิหร่านเปิดการโจมตีประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ นอกเหนือจากอิสราเอล

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างอิงข้อมูลการเดินเรือระบุว่า มีเรือมากกว่า 200 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว ทอดสมออยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำโดยรอบ เมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.)

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงผ่านสื่อทางการเมื่อวันอาทิตย์ว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำของสหรัฐฯ และอังกฤษในพื้นที่

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าวัตถุประสงค์หลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัส 5 นาย ซึ่งถือเป็นการสูญเสียกำลังพลของสหรัฐฯ ครั้งแรกที่ได้รับการยืนยันจากปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ที่พุ่งเป้าโจมตีอิหร่าน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)