ผู้ซื้อน้ำมันในเอเชียเร่งประเมินคลังสำรอง-แหล่งทางเลือก หวั่นวิกฤตอิหร่านกระทบอุปทาน

รัฐบาลและโรงกลั่นน้ำมันในเอเชียต่างเร่งรีบประเมินคลังสำรองน้ำมัน รวมถึงประเมินเส้นทางการเดินเรือและอุปทานทางเลือก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งทำให้การขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักลง โดยคาดว่าเอเชียจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง เนื่องจากเอเชียซื้อน้ำมันดิบถึง 2 ใน 3 จากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

รายงานระบุว่า บริษัทเดินเรือของญี่ปุ่นเริ่มระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่ามิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ได้รับรายงานใด ๆ เกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานของญี่ปุ่นในขณะนี้

ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันของรัฐบาลอินเดียได้เริ่มหาอุปทานทางเลือกแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อินเดียซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอันดับ 2 ของโลก ได้เพิ่มการนำเข้าจากตะวันออกกลางเพื่อทดแทนน้ำมันดิบจากรัสเซีย

นอกจากนี้ มีรายงานว่าเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทน้ำมันรายใหญ่ และบริษัทการค้าจำนวนหลายราย ได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่ประกาศเตือนว่าอาจไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยแม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยังไม่มีการประกาศปิดอ่าวอย่างเป็นทางการ แต่ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเตรียมพร้อมสูงสุดในภูมิภาค และความเสี่ยงที่การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนอาจลุกลามจนกลายเป็นเหตุปะทะที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์

กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ภายหลังการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะนำน้ำมันจากคลังสำรองออกมาเสนอขายแก่อุตสาหกรรมในประเทศ หากการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อออกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่จากโรงกลั่นในท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าวว่า คลังสำรองน้ำมันของเกาหลีใต้ที่ถือครองร่วมกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลี (KNOC) ของรัฐนั้น สามารถใช้ได้เป็นเวลา 7 เดือน

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน ซึ่งเชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียเข้ากับทะเลอาหรับ และในวันปกติทั่วไป กองเรือที่บรรทุกน้ำมันในปริมาณ 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลกนั้น จะแล่นผ่านช่องแคบนี้ พร้อมด้วยเรือบรรทุกสินค้าจากผู้ผลิตอย่างซาอุดีอาระเบีย อิรัก อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)