
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป [AWC] กล่าวว่า ด้วยกลยุทธ์โมเดล AWC’s Lifestyle Destination กับการเปิดประสบการณ์พิเศษรูปแบบใหม่ และการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เสริมผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยรายได้รวม 23,065 ล้านบาท เติบโต 9.8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท เติบโต 9.2% จากปีก่อน ขณะที่มูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพเติบโตสู่ 218,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.08 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ด้วยศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดและความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 68 อยู่ที่ 0.89 เท่า สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตของทรัพย์สินดำเนินงานในระยะยาว และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพสูงและสร้างสมดุลของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จากทรัพย์สินดำเนินงาน และการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination
โดยในปี 68 บริษัทเดินหน้าพัฒนาและเปิดดำเนินงานโครงการสำคัญ อาทิ การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เปิดประสบการณ์ Jurassic World: The Experience เปิดตัวเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ณ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งช่วยเพิ่มทราฟฟิก อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ในกลุ่มโรงแรม ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรม ในกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ ซึ่งยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนียได้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้การผสานมิติด้านการพักผ่อน อาหาร และ ไลฟ์สไตล์ ผ่านพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวหลัก ยังช่วยเสริมการใช้จ่ายต่อการ เข้าพักและการใช้บริการ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่การร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ภายใต้พันธกิจ “Building Better Future For All”
ในปี 68 กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น จากการยกระดับทรัพย์สินภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination ซึ่งมุ่งพัฒนาสู่จุดหมายปลายทางที่รวมประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และการใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว โดยกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 9,602 ล้านบาท โดยเติบโต 6.9% จากปีก่อน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งได้เปิดตัวประสบการณ์ระดับโลก Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นถึง 25.8% จากปีก่อน โดยมียอดจำหน่ายบัตร Jurassic World: The Experience มากกว่า 300,000 ใบ นับตั้งแต่เปิดในเดือนส.ค. 68 และยอดจำหน่ายบัตร SkyFlyers: Wings of Garudapterus มากกว่า 28,000 ใบ ภายในเดือนแรก ทำให้โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับก่อนเปิด Jurassic World: The Experience ผลักดันให้อัตราการเช่าพื้นที่ของโครงการเอเชียทีคเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80% ในปี 68 จาก 71% ในปีก่อนหน้า หนุนอัตราการเช่าพื้นที่และรายได้ค่าเช่าของโครงการปรับตัวสูงขึ้น และผลักดันรายได้ค่าเช่าให้เติบโตถึง 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ที่เป็นเอกลักษณ์ Destination-led Experience ในการดึงดูดกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยว และผู้มาใช้บริการตลอดทั้งวัน (All-day Destination) ต่อยอดศักยภาพสู่การเป็น แลนด์มาร์กระดับโลก
นอกจากนี้บริษัทได้ยกระดับและนิยามใหม่ของการเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ (Reimagining Lifestyle Destination) ผ่านแนวทางที่มุ่งอนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มรดกทางสถาปัตยกรรม และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของย่านทรงวาด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในย่านการค้ารุ่นแรกของกรุงเทพมหานคร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม รายละเอียดลวดลายหน้าบันอันประณีต และรูปแบบผังเมืองที่สะท้อนบทบาทอันยาวนานในฐานะศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย บริษัทยังคงดำเนินการบูรณะและปรับปรุงอาคารมรดกอย่างต่อเนื่อง โดยคงไว้ซึ่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและงานฝีมือดั้งเดิม และการผสานประสบการณ์และฟังก์ชันการใช้งานสมัยใหม่อย่างกลมกลืน การฟื้นฟูดังกล่าวดำเนินควบคู่ไปกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่างฝีมือ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจของย่านมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังคงรักษาเอกลักษณ์และบรรยากาศดั้งเดิมของพื้นที่ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ล่าสุด ระหว่างวันที่ 20-28 ธ.ค. 68 Netflix ได้จัดงานพิเศษ “One Last Adventure in Thailand” เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของซีรีส์ระดับโลก Stranger Things (Season 5) โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โซน THE WSQK และ One Last Ride Together ภายในงานได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ New Value & Experience Model ของบริษัทในการยกระดับความน่าสนใจของย่านทรงวาด และดึงดูดกลุ่มผู้เข้าชมคุณภาพจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างโดดเด่น
ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาคารสำนักงานของ AWC ยังคงสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างมั่นคง จากการปรับโฉมและพัฒนาอาคารอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลยุทธ์ The Empire Reimagined ที่ ดิ เอ็มไพร์ และการรับรู้ผลการดำเนินงานของอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี่ เพรสทีจ ทาวน์เวอร์ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าของกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานในปี 68 เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตอาคารสำนักงานและเพิ่มคุณค่าในระยะยาว
ในปี 68 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของ AWC แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตท่ามกลางบริบทอุตสาหกรรมที่ท้าทาย จากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการดึงดูดลูกค้าคุณภาพ เสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจ โดยสามารถสร้างรายด้รวม 12,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และ 47% จากปี 62 การเติบโตดังกล่าวเกิดจากโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินงานในปี 68 ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จุบีลี
เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ซึ่งสร้างรายได้รวมเพิ่มกว่า 720 ล้านบาท ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมในต่างจังหวัด และโรงแรมรีสอร์ท ระดับลักชัวรี ซึ่งล้วนเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงยังคงสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) มีการเติบโตอย่างโดดเด่น เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีการเติบโตร้อยละ 10.4 เกาะสมุยเติบโต 7.2% และจังหวัดกระบี่เติบโต 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้วยพอร์ตโรงแรมของบริษัทที่มีความแข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สะท้อนผ่านดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index: RGI) โดยโรงแรมที่มี RGI โดดเด่น อาทิเช่น คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มี RGI อยู่ที่ 205 โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล มี RGI อยู่ที่ 161 และวนาเบลล์ เอ ลักซ์ชูรี คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย มี RGI อยู่ที่ 116 โดยในปี 68 บริษัทสามารถดึงดูดฐานลูกค้าคุณภาพสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากทวีปยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนีย ที่มีรายได้รวมกันในพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเติบโตกว่าร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยที่ร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับแรงสนับสนุนจากการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่ผสานประสบการณ์ด้านการพักผ่อน อาหาร และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรมและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของบริษัท ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตแตะระดับ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากปีก่อน ด้วยการรับรู้รายได้เต็มปีของ เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ที่เติบโตโดดเด่นสร้างรายได้รวมกว่า 444 ล้านบาท นำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
ในปี 69 มีสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชัดเจน รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนผ่านรายได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในปี 69 ที่เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่เพิ่มขึ้น 27% เกาะสมุยเพิ่มขึ้น 16% กระบี่เพิ่มขึ้น 13% และหัวหินเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน คาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทเตรียมขับเคลื่อนการเติบโตจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของทรัพย์สินที่เปิดใหม่ในปี 68 ควบคู่กับการเปิดตัวโครงการและโรงแรมระดับแฟลกชิปที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะ โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางตลาด MICE ลักชัวรีระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมเปิด โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับย่านช้างคลานสู่ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ รวมถึงการเปิดอาคารเฮอริเทจร่วมสมัยภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช ซึ่งเป็นการผสานการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย-จีนเข้ากับการออกแบบและการใช้งานร่วมสมัย เพื่อเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งบริษัทจะรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ณ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเพิ่มทราฟฟิก รายได้ค่าเช่า และความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอีกด้วย
AWC ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Better Planet) สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม (Better People) สร้างการเติบโตควบคู่การยกระดับคุณค่าของบุคลากรและชุมชน และด้านเศรษฐกิจ (Better Prosperity) สร้างการเติบโตเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก Ffpในปี 68 AWC ได้สะท้อนความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับการจัดอันดับ Top 1% ใน S&P Global Sustainability และโรงแรมในเครือของ AWC ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครบ 100% ย้ำมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะเดียวกัน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้โครงการ The GALLERY แพลตฟอร์มกิจการเพื่อสังคม ยังช่วยสนับสนุนศิลปินและชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่การเติบโตของธุรกิจในระยะยาวสะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





