
อาลี ลารีจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านไม่มีแผนเปิดการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าอิหร่านกำลังพยายามรื้อฟื้นการพูดคุย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเผยว่า ผู้นำอิหร่านชุดใหม่แสดงท่าทีต้องการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
“เราจะไม่เจรจากับสหรัฐฯ” ลารีจานี ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ พร้อมระบุว่า ทรัมป์เป็นต้นเหตุที่ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในความปั่นป่วนจากนโยบายที่สร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ และเตือนว่าสหรัฐฯ อาจเผชิญความสูญเสียกำลังพลเพิ่มเติม
สถานการณ์ความตึงเครียดดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และจุดชนวนให้อิหร่านเปิดการโจมตีประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตภายในประเทศแตะที่กว่า 200 ราย ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันกำลังพลเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัส 5 นาย ด้านทรัมป์ประเมินว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อได้ถึง 4 สัปดาห์ และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดความสูญเสียเพิ่มเติม
ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของคาเมเนอี อิหร่านได้ประกาศจัดตั้งสภาเปลี่ยนผ่านซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 คน เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วยอยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี นักบวชอาวุโสและสมาชิกสภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และโกลาม-โฮสเซน โมห์เซนี-เอเจอี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ
ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยกระดับ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ และน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 8% จากความกังวลเรื่องอุปทาน ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ และตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงถ้วนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





