
นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น [CRC] เปิดเผยว่า ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันรอบด้านทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว แต่เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถรับมือความผันผวนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Multi-category และ Multi-format ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล รวมถึงยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการควบคุมต้นทุน การบริหารโครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องที่มั่นคงและอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น
โดยเซ็นทรัล รีเทล รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) โดยสามารถสร้างรายได้รวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 71,162 ล้านบาท (+12% YoY) พร้อมทั้งสามารถสร้างกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงของทั้งปี 2568 อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท (-6% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 2,729 ล้านบาท (+17% YoY)

โดยไฮไลท์สำคัญในปี 2568 คือ การปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ของเซ็นทรัล รีเทล โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ความสำเร็จของธุรกิจตลอดปี 2568 ดังนี้
- การยกระดับและขยายเครือข่ายสาขาเชิงกลยุทธ์ เพื่อครองความเป็นผู้นำในทุกภูมิภาค อาทิ การปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางรัก, การเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์รวม 9 แห่ง และยกระดับอีก 3 สาขาสู่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ด้านโก โฮลเซลล์ มีการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง และไทวัสดุ ขยายเพิ่ม 3 สาขา ส่วนธุรกิจในประเทศเวียดนาม ได้สร้างความสำเร็จผ่านการขยายสาขาศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! รวม 2 แห่ง และรีโนเวทสาขา Flagship อีก 2 แห่ง พร้อมมุ่งมั่นเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อครองความเป็นเบอร์ 1 Family Mall ในประเทศเวียดนาม
- การขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร อาทิ การเร่งขยายสาขาของออโต้วัน ที่เป็น New Growth Engine ของเซ็นทรัล รีเทล เพิ่มถึง 13 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั่วไทย, การรุกโมเดลท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด ที่ผสานความครบครันของ TOPS WINE CELLAR, LOOKS และ The Baker เข้าด้วยกัน จนสามารถเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อวันได้ถึง 2 เท่า และดึงทราฟฟิกให้เติบโตแบบก้าวกระโดด, เพาเวอร์บาย เปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ “Tech Retail Experience” นำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะแบบครบวงจร และโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Night Markets และ Outdoor zone เพื่อเป็น Magnet ในการดึง Traffic และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SMEs ในชุมชน โดยเซ็นทรัล รีเทล ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทุก Life stage และ Lifestyle ให้กับลูกค้าทุกกลุ่มต่อไป
- การเร่งขยายอีโคซิสเต็มสมาชิกบน The 1 Loyalty Platform โดยในประเทศไทยมียอดสมาชิกเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีมากกว่า 23 ล้านคน พร้อมต่อยอดความสำเร็จมายังประเทศเวียดนาม โดยได้มีการเปิดตัวโปรแกรมสมาชิก The 1 Loyalty Platform อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าใจอินไซต์ลูกค้าชาวเวียดนามอย่างลึกซึ้งและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ซึ่งภายหลังการเปิดตัวมียอดสมาชิกพุ่งสูงถึง 4.3 ล้านรายภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวเวียดนามมอบให้แก่เซ็นทรัล รีเทล
ด้านความยั่งยืน เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นในเจตนารมณ์ “Retail and Wholesale for All” ภายใต้ปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ โดยขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2593 ผ่านความสำเร็จในการระดมทุนสีเขียวทั้งการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) เป็นรายแรกในธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งไทย และการจัดหาเงินทุนผ่านสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อก้าวสู่การเป็นค้าปลีก-ค้าส่งสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในไทยและเวียดนาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้
“ปี 2568 คือบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ Ecosystem ของเซ็นทรัล รีเทล ที่สามารถรับมือกับความผันผวนรอบด้านและก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง โดยในปี 2569 นี้ เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเร่งเครื่องกลยุทธ์ New Heights, Next Growth เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืน รักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์และความท้าทาย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการค้าปลีก-ค้าส่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนต่อไป” นายปเนต กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





