
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย ว่า ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าวเบื้องต้น โดยกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงานในประเทศ ได้ออกมาตรการในการระงับการส่งออกน้ำมันเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน จะมีการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามาดูแลรักษาระดับราคาน้ำมันในประเทศ และในระยะต่อไปคาดว่าจะมีมาตรการต่าง ๆ ตามออกมา เช่น การกำหนดปริมาณการใช้น้ำมันในสัดส่วนต่าง ๆ
นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนของกรมสรรพสามิต ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยหากรัฐบาล และกระทรวงการคลัง มีนโยบายใด ๆ ออกมา กรมฯ ก็พร้อมจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่ากรมฯ เตรียมแนวทางและเครื่องมือไว้รองรับอยู่แล้ว เพราะเป็นสถานการณ์ใกล้เคียงกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554, สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ในช่วงที่ผ่านมา
“เรื่องความชัดเจนของมาตรการที่จะใช้นั้น ขอให้ฝ่ายนโยบายสั่งการลงมาก่อน กรมฯ พร้อมจะดำเนินการอย่างเต็มที่ และทันที” นายพรชัย กล่าว
ส่วนการใช้มาตรการทางภาษี เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศนั้น นายพรชัย เชื่อว่าจะเป็นมาตรการลำดับท้าย ๆ ที่จะถูกนำมาใช้ดำเนินการ โดยในด้านแรกเป็นหน้าที่ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะต้องบริหารจัดการสถานการณ์ก่อน ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานเดียวกันกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในช่วงก่อนหน้าอยู่แล้ว
ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมสรรพสามิต ได้มีการเตรียมเครื่องมือรองรับที่เพียงพอ จึงทำให้ในอดีตประเทศไทยสามารถผ่านช่วงวิกฤติมาได้ และสามารถรักษาเสถียรภาพราคาของน้ำมันเบนซิน และดีเซลในประเทศให้อยู่ในระดับที่ไม่ผันผวนมากนัก
อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์ทั้งหมดอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด กลุ่มโอเปกพลัส ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 206,000 บาร์เรล/วัน เพื่อพยุงตลาดและบรรเทาความตึงเครียดในตลาดพลังงาน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้อุปทานชะงักงันจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





