
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า พบทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 นาย จากเหตุโจมตีในปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6 นายแล้ว
แถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ของกองบัญชาการระบุว่า “ณ เวลา 16.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของวันที่ 2 มีนาคม มีเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รวม 6 นาย โดยล่าสุดกองกำลังสหรัฐฯ ได้กู้ร่างของเจ้าหน้าที่ 2 นายที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าสูญหาย จากพื้นที่ที่ถูกโจมตีในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการในภูมิภาค”
ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าวันเดียวกัน โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เพิ่งแถลงยืนยันว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 4 นาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 18 นาย โดยทางกองบัญชาการจะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจนกว่าจะแจ้งให้ครอบครัวและญาติสนิททราบอย่างเป็นทางการครบ 24 ชั่วโมง ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่า ทหารทั้ง 4 นายดังกล่าวเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งเดียวกันในประเทศคูเวต
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์ก โพสต์ ในวันจันทร์ว่า เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยังอิหร่านหากมีความจำเป็น พร้อมระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจยืดเยื้อเกินกว่า 4-5 สัปดาห์
ในขณะที่พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ แถลงที่เพนตากอนว่า การโจมตีอิหร่านยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยในขณะนี้กำลังพลและเครื่องบินรบของสหรัฐฯ กำลังทยอยเดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม
“เราคาดการณ์ว่าอาจมีความสูญเสียเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก” พล.อ. เคนยอมรับ
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ซึ่งโต้แย้งว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส
ฮาคีม เจฟฟรีย์ส ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ว่า เขารู้สึก “ใจสลายต่อการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารหลายนายในตะวันออกกลาง” พร้อมย้ำว่า “ไม่ควรมีวีรบุรุษชาวอเมริกันต้องสังเวยชีวิตไปมากกว่านี้จากการตัดสินใจทำสงครามที่ไม่ยั้งคิด สภาคองเกรสต้องดำเนินการในสัปดาห์นี้เพื่อยับยั้งการใช้อำนาจของประธานาธิบดี”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)





