
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) รายงานเมื่อวันพุธที่ 4 มี.ค. ว่า ดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนโทรปิก (Anthropic) ได้เข้าหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยนับเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อบรรลุข้อตกลงสัญญาใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังการเจรจาระหว่างแอนโทรปิกกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ล้มเหลว โดยพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขู่จะจัดให้สตาร์ตอัปด้าน AI รายนี้เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่รายงานระบุว่า อาโมเดอีได้เจรจากับ เอมิล ไมเคิล ปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม
ประเด็นขัดแย้งหลักอยู่ที่เงื่อนไขในสัญญา ซึ่งแอนโทรปิกเห็นว่าจำเป็นต่อการป้องกันไม่ให้ AI ของบริษัทถูกนำไปใช้สอดแนมข้อมูลภายในประเทศในวงกว้าง หรือใช้พัฒนาอาวุธอัตโนมัติที่มีอานุภาพสังหาร
ในบันทึกภายในถึงพนักงาน อาโมเดอีระบุว่า ความเห็นต่างกับกระทรวงกลาโหมนั้นเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ถูกรวบรวมมา ซึ่งบริษัทมองว่าน่าสงสัย นอกจากนี้ เขายังอ้างว่า แอนโทรปิกได้ถูกตัดออกจากข้อตกลง เนื่องจากบริษัทไม่ได้แสดงการยกย่องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในลักษณะเชิงสรรเสริญแบบผู้นำเผด็จการ
ก่อนหน้านี้ แอนโทรปิกซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่ง รวมถึงอะเมซอน (Amazon) และอัลฟาเบท (Alphabet) ได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเดือนก.ค. 2568 โดยโมเดล AI ของบริษัทเป็นชุดแรกที่ถูกนำไปใช้กับข้อมูลลับของกระทรวงกลาโหม
ขณะเดียวกัน โอเพนเอไอ (OpenAI) ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ได้ประกาศทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่นานหลังจากการเจรจากับแอนโทรปิกล้มเหลว และยังมีรายงานว่า โอเพนเอไอกำลังเดินหน้าทำสัญญากับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO อีกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)





