“ปุ๋ยยูเรีย” เพียงพอ! พาณิชย์ สั่งตรวจเข้มห้ามร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรมการค้าภายใน ได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลัก กรมฯ จึงได้ประสานกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีในไทย ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีของไทยขณะนี้มีเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ

สอดคล้องกับสต็อกสินค้าปุ๋ยเคมี ซึ่งผู้ผลิต-ผู้นำเข้าปุ๋ยเคมี ได้รายงานมายังกรมการค้าภายใน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือนม.ค.69 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต็อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน

นอกจากนี้ ยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวม 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือนส.ค.69

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ไทยมีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปีขณะนี้ ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก

“ในส่วนของราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรมีส่วนผสมของยูเรีย ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน กรมฯ จะติดตามสถานกาณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด และให้เป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด” นายวิทยากร ระบุ

พร้อมย้ำว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีไว้ในปริมาณมาก ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร

โดยกรมการค้าภายใน จะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณปุ๋ยอย่างใกล้ชิด และหากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยผู้กระทำความผิดมีโทษ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“หากพี่น้องเกษตรกร หรือประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)