S ปักธงรายได้ 1.4 หมื่นล้านชูโมเดลกำไรคุณภาพ รุกดึง Data Center เข้านิคมฯ ผนึกพาร์ทเนอร์อัพมูลค่าพอร์ต

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท [S] กล่าวว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าแผนธุรกิจในปี 69 ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” โดยวางเป้ารายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตเล็กน้อยจากปีกก่อนที่มีรายได้ 1.39 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 80% ของรายได้รวม ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานกำไรที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องผ่านการตีโจทย์ “การทำธุรกิจเชิงคุณภาพ”

สำหรับธุรกิจโรงแรมภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท [SHR] ยังคงจุดแข็งในการทำธุรกิจโรงแรมเชิงคุณภาพ พร้อมปรับรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์เชิงคุณภาพ ใส่ใจสุขภาวะและเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมจะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับนี้เพื่อเป็นฐานกำไรใหม่ของบริษัท พร้อมเตรียมเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) อื่นๆ เช่น โรงแรมในประเทศมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับราคาค่าห้องพักและเสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำให้บริษัทต่อไป

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างฐานกำไรจากรายได้ประจำ ได้วางกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพอาคารสำนักงานสู่การเป็น “Seamless Work-Life Destination” รองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ที่ผสานพื้นที่ทำงานกับคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันในปีนี้ ปัจจุบันบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูง ด้วยการมุ่งเน้นทั้งการขยายฐานผู้เช่ารายใหม่ ควบคู่กับการรักษาผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงถึงกว่า 90% ส่วนอาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี 69 ท่ามกลางสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ยังคงเห็นการเติบโตขึ้นอย่างมีสำคัญ คือ การขายที่ดินมุ่งเน้นลูกค้าเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ Hyperscale Data Center ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยศูนย์ข้อมูลประเภทนี้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูง ระบบน้ำประปาที่เพียงพอและมีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐาน Fiber Optic และแหล่งพลังงานทางเลือกในการจำหน่ายไฟฟ้า

บริษัทตั้งเป้ายอดขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในปีนี้กว่า 200-400 ไร่ ด้วยการดึงดูดผู้พัฒนา Data Center ระดับโลก และต่อยอดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ และบริษัทยังสามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้กว่าเท่าตัว เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานกำไรจากรายได้ประจำขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละธุรกิจ สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่การเติบโตของเศรษฐกิจมีจำกัด การพัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นคุณภาพ เข้าถึงความต้องการของลูกค้า

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรจะมุ่งไปที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เพราะบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าการต่อยอดธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้พอร์ตโฟลิโอของ S ในระยะยาว โดยมองหาพันธมิตรหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาโครงการ Flagship อย่าง THE ESSE หรือ SIRANINN การสร้างโครงการเพิ่มเติมกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท มูลค่า 3 พันล้านบาท รวมถึงการทำ Branded Residence กับโรงแรมของกลุ่มบริษัท ซึ่งอาจจะเป็นทำเลในสมุย มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการขายและการโอนภายใต้บริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท สามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 98% และจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 70 สะท้อน Synergy ที่เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ส่วนโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 มูค่า 6 พันล้านบาท ที่บริษัทร่วมพัฒนากับ Hong Kong Land ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล สามารถโอนปิดโครงการได้แล้วทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน โดยบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมระดับหนี้สินและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ โดยบริษัทคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม ความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ระดับ 3-4 พันล้านบาท/ปี และเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนและสถาบันการเงินมีให้ต่อบริษัท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)