บัวหลวง ให้ 3 ฉากทัศน์สงครามตอ.กลางเชื่อกระทบจำกัด SET อิงเป้า 1,560 จุดชู 4 ธีมแกร่งลุ้นกำไรฟื้น

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บล.บัวหลวง กล่าวว่า เราได้ประเมินผลกระทบของสถานการณ์สงครามผ่าน Scenario Framework ซึ่งประกอบด้วย Baseline Scenario, Stress Scenario และ Tail Risk Scenario

โดยกรณีฐานของเรายังคงสมมติว่าความขัดแย้งจะไม่ลุกลามจนกระทบอุปทานพลังงานโลกในระดับโครงสร้าง ขณะที่ฉากทัศน์อื่น ๆ เป็นการจำลองความเสี่ยงเพื่อให้เห็นขอบเขตของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากสถานการณ์ยกระดับ กลไกการส่งผ่านผลกระทบจากสงครามสู่ตลาดหุ้นไทยเกิดผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ราคาพลังงาน การเติบโตของเศรษฐกิจไทย และกำไรบริษัทจดทะเบียน

กรณี Baseline Scenario ประเมิน SET target ปี 69 ที่ 1,560 อิงกำไรต่อหุ้นที่ 93.5 ปี 69 (เทียบ 91.5 ในปี 68) ประเมินผลกระทบจำกัด แม้สงครามอาจดันราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นระยะสั้นราว 15-20% แตะระดับ 80 เหรียญฯ อาจกินระยะเวลาราว 4-6 สัปดาห์ ก่อนผ่อนคลายลงกลับสู่ค่าเฉลี่ยของปี 69 ที่ราว 70 เหรียญฯ และมอง SET ฟื้นกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นได้อีกครั้ง หนุนจากการฟื้นตัวของกำไรและฟันโฟลว์ต่างชาติ

กรณี Stress Scenario (Worse Case: รุนแรงขึ้น) หากอุปทานน้ำมันหายไป แต่ผลกระทบต่อคลังสำรองประเทศต่างๆ ไม่มาก อาจกดดันราคาน้ำมัน brent ยืนสูง 95 เหรียญฯ 3 เดือน (ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 77 เหรียญฯ) อาจกดดัน GDP ราว 0.6% เหลือเติบโตเพียง 1.2% และกดดันกำไรต่อหุ้น SET ราว 3% เหลือกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 90.2 หดตัวจากปีก่อน 1.4%/ downside ดัชนีที่ 1,340

กรณี Tail Risk Scenario (Worst Case: รุนแรงที่สุด) หากอุปทานน้ำมันหายไป กระทบคลังสำรองประเทศต่างๆ รุนแรง กดดันราคาน้ำมัน brent ยืนสูง 189 เหรียญฯ 3 เดือน (ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 100 เหรียญฯ) อาจกดดัน GDP ราว 2.7% เข้าสู่ภาวะ mild recession GDP หดตัว 0.9% และกดดันกำไรต่อหุ้น SET ราว 11% เหลือกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 83.2 หดตัวจากปีก่อน 11%/ downside ดัชนีที่ 1160

จากการประเมินทั้งหมด Baseline Scenario ยังคงเป็นกรณีฐานของเรา ขณะที่ฉากทัศน์อื่น ๆ เป็นการจำลองความเสี่ยงเพื่อให้เห็นขอบเขตของผลกระทบ หากสงครามยกระดับจนกระทบอุปทานพลังงานโลก

กลุ่มหุ้นแนะนำ เน้นสะสม 4 ธีมการลงทุนหลัก:

1) Defensive cashflow with consumption upside (กระแสเงินสดสม่ำเสมอ-อัพไซด์หากการบริโภคฟื้นตัว) CPN, CPALL

2) Rate-easing harvest season (ปีแห่งการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ดอกเบี้ยต่ำ) TIDLOR

3) National infrastructure supercycle (วัฏจักรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศสู่ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล) GULF

4) Dividend leader (ผู้นำปันผลสูง) SCB, KTB

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)