
เมื่อเวลา 10.00 น. PTTEP บวก 1.79% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มาที่ 142.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 513.08 ล้านบาท
PTT (XD) บวก 1.47% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 34.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 126.34 ล้านบาท
SPRC (XD) บวก 1.40% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มาที่ 7.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 40.50 ล้านบาท
BCP บวก 1.39% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 36.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 16.38 ล้านบาท
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 8% ในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นได้ส่งผลให้อุปทานและการขนส่งน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่บางรายในตะวันออกกลางต้องลดกำลังการผลิต โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้น 6.35 ดอลลาร์ หรือ 8.51% ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.01 ดอลลาร์ หรือ 4.93% ปิดที่ 85.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
บล.ธนชาต ระบุว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดต่อเนื่อง ล่าสุดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent +4.9% เมื่อคืนนี้ ขณะที่ราคาก๊าซก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางอุปทานพลังงานที่ตึงตัว แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มพลังงานต้นน้ำ-ก๊าซ อย่าง PTTEP BANPU
สำหรับกลุ่มที่แนะนำ “หลีกเลี่ยงไปก่อน”
1. กลุ่มโรงกลั่น อย่าง TOP SPRC แม้ได้ประโยชน์จากกำไรสต็อกน้ำมัน แต่ล่าสุดเริ่มเห็นผลกระทบจาก supply disruption แล้ว
2. กลุ่มท่องเที่ยว-สายการบิน อย่าง MINT CENTEL ERW AAV BA
3. กลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะที่มีสัดส่วนจากผู้ป่วยตะวันออกกลางสูง อย่าง BH PR9 BDMS
4. กลุ่มปิโตรเคมี-ค้าปลีกน้ำมัน อย่าง SCC PTTGC PTG OR
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





