
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชี แอนโทรปิก (Anthropic) บริษัทสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้พัฒนาแชตบอต Claude ให้เป็น “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Risk) อย่างเป็นทางการ โดยมีผลในทันที ซึ่งถือเป็นมาตรการรุนแรงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกับบริษัทสัญชาติอเมริกัน ขณะที่แอนโทรปิกประกาศพร้อมสู้คดีในชั้นศาล
คำสั่ง “มีผลทันที” ดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามคำขู่ของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากความพยายามในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับบริษัทล้มเหลวลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพนตากอนระบุว่าได้แจ้งผลการตัดสินใจนี้ให้ผู้บริหารของแอนโทรปิกทราบอย่างเป็นทางการแล้ว
“กระทรวงได้แจ้งต่อผู้บริหารของแอนโทรปิกอย่างเป็นทางการแล้วว่า บริษัทและผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกพิจารณาว่าเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยมีผลบังคับทันที” แถลงการณ์ระบุ
ความขัดแย้งระหว่างแอนโทรปิกกับรัฐบาลทรัมป์ปะทุขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่สงครามในอิหร่านจะเปิดฉาก เมื่อดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของแอนโทรปิก ยืนกรานปฏิเสธที่จะยกเลิกข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ เพราะกังวลว่าเทคโนโลยีของบริษัทอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การสอดแนมชาวอเมริกันในวงกว้าง หรือการนำไปใช้ในระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติ
เพนตากอนโต้กลับประเด็นนี้ผ่านแถลงการณ์ว่า “นี่คือเรื่องของหลักการพื้นฐานที่กองทัพต้องสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายได้ทุกประการ เรารับไม่ได้ที่จะให้ผู้ให้บริการรายใดแทรกแซงสายการบังคับบัญชาด้วยการจำกัดขีดความสามารถที่สำคัญ และทำให้เหล่าทหารหาญของเราต้องตกอยู่ในความเสี่ยง”
ทางด้าน อาโมเดอีได้ออกแถลงการณ์ในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า “เราไม่เชื่อว่าการกระทำครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมาย และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดำเนินการต่อสู้ในชั้นศาล”
โดยปกติแล้ว การขึ้นบัญชี “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” จะสงวนไว้ใช้กับบริษัทต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกับศัตรูของสหรัฐฯ ซึ่งการขึ้นบัญชีในลักษณะนี้ส่งผลกระทบวงกว้าง โดยอาจบีบให้บริษัทคู่สัญญาที่ทำธุรกิจกับกองทัพสหรัฐฯ หรือหน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมด จำเป็นต้องยุติความสัมพันธ์และการใช้งานเทคโนโลยีของแอนโทรปิก
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังถูกจับตามองว่าเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้จัดการกับบริษัทเทคโนโลยีที่ไม่ยอมโอนอ่อนตามนโยบายด้านความมั่นคงและการทหาร โดยเป็นสัญญาณเตือนไปยังบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ถึงแนวทางการทำงานร่วมกับรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างประเทศกำลังพุ่งสูงขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





