กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ โว จมเรือบรรทุกโดรนอิหร่านได้สำเร็จ เร่งยกระดับการโจมตี

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือของกองทัพเรืออิหร่านซึ่งถูกระบุว่าเป็น “เรือบรรทุกโดรน” ลงได้สำเร็จ

CENTCOM ระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า “วันนี้ เรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน ซึ่งมีขนาดประมาณเรือบรรทุกเครื่องบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกโจมตีและกำลังลุกไหม้” และ “กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ออมมือในปฏิบัติการจมกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก”

พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยในการแถลงข่าวร่วมกับ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ณ สำนักงานใหญ่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้จมเรือของกองทัพเรืออิหร่านไปแล้วกว่า 30 ลำ นับตั้งแต่ปฏิบัติการร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านเปิดฉากขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.)

คูเปอร์กล่าวว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่านลดลงถึง 90% และการโจมตีด้วยโดรนลดลง 83% ในขณะที่การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อกองทัพเรืออิหร่านนั้น “ทวีความรุนแรงมากขึ้น”

คูเปอร์ ระบุว่า ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายเกือบ 200 แห่งลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน รวมถึงบริเวณรอบกรุงเตหะราน พร้อมเสริมว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ของสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดทำลายล้างขนาด 2,000 ปอนด์ หลายสิบลูกใส่เครื่องยิงขีปนาวุธนำวิถีที่ติดตั้งอยู่ใต้ดิน

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังได้โจมตีเป้าหมายที่เทียบเท่ากับ “กองบัญชาการอวกาศ” ของอิหร่านอีกด้วย

เฮกเซธกล่าวว่า สงครามกับอิหร่านจะยกระดับความรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ปริมาณการทำลายล้างเหนืออิหร่านและกรุงเตหะรานกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล” เฮกเซธกล่าวและเสริมว่า “ตอนที่เราบอกว่าจะมีมาอีก นั่นหมายถึงฝูงบินขับไล่ที่มากขึ้น ขีดความสามารถที่สูงขึ้น ระบบป้องกันภัยที่แน่นหนาขึ้น และความถี่ในการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มากขึ้น”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้จุดชนวนให้เกิดการยิงตอบโต้กันในระดับภูมิภาค ซึ่งย่างเข้าสู่วันที่ 6 แล้วในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นและเกิดผลกระทบทางการเมืองและความมั่นคงอย่างรุนแรง ซึ่งกระจายไปทั่วทั้งภูมิภาค

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)