
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเรียกร้องให้สหรัฐฯ ไม่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นเกินกว่าระดับที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมการสำหรับการพบกันระหว่างผู้นำของสองประเทศในช่วงปลายเดือนนี้
เรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยหลังหารือกับลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตันเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับโครงการธุรกิจร่วมชุดใหม่ รวมถึงความร่วมมือในสาขายุทธศาสตร์ เช่น พลังงาน แร่ธาตุสำคัญ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อากาซาวะระบุว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเยือนสหรัฐฯ ของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันที่ 19 มี.ค. เป็นการเยือนที่เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันความตั้งใจที่จะเดินหน้าตามข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นโครงการชุดแรกภายใต้คำมั่นของญี่ปุ่นที่จะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคำมั่นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2568 หลังจากการเจรจาภาษีระหว่างสองประเทศที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ให้เพิกถอนมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์
แม้ทรัมป์แพ้คดีเกี่ยวกับมาตรการภาษีดังกล่าว แต่ญี่ปุ่นยังคงแสดงท่าทีพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับสหรัฐฯ ในเดือนก.ค.ปีที่แล้ว
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าจะลงทุนในอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงก่อนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ในเดือนม.ค. 2572 เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 69)





