
เจ้าหน้าที่ยุโรปเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มความพยายามติดต่อโดยตรงกับอิหร่าน เพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กำลังก่อให้เกิดความปั่นป่วนและสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลก
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียได้ใช้ช่องทางการทูตติดต่อกับอิหร่านอย่างเร่งด่วนมากขึ้น เพื่อพยายามลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม โดยหลายประเทศในยุโรปและตะวันออกกลางได้สนับสนุนความพยายามดังกล่าวด้วย
การหารือดังกล่าวเกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงและนักการทูต อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมด้วยหรือไม่ และจนถึงขณะนี้ อิหร่านยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะเจรจากับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทันที
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีตอบโต้
ขณะเดียวกัน ประเทศในอ่าวอาหรับได้เรียกร้องให้อิหร่านหลีกเลี่ยงการตอบโต้ต่อประเทศเหล่านี้ โดยซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลจะไม่สามารถใช้พื้นที่ทางอากาศหรือดินแดนของตนในการโจมตีอิหร่าน
แม้มีความพยายามลดความตึงเครียด แต่จนถึงขณะนี้ ทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ต่างระบุอย่างเปิดเผยว่า สงครามจะยังคงดำเนินต่อไป โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่า เขาจะยอมรับเพียงการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขของรัฐบาลอิหร่านเท่านั้น
ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาหรับนิกายสุหนี่ในอ่าวอาหรับกับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชีอะห์นั้นมีความตึงเครียดมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับอิหร่าน และก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นนั้น ทั้งสองประเทศยังต้องการให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงทางการทูตกับสหรัฐฯ ผ่านการเจรจาที่มีโอมานเป็นตัวกลางด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 69)





