
รายงานข่าวระบุว่า ภายในงานสัมมนา สส. พรรคภูมิใจไทย 192 สส.เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่จังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการบริหารพรรค นำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวน ส.ส.มากกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงาน
โดยพรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะแบ่งเป็นโควตา 3 กลุ่ม
โควตานายอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือ นายอนุทิน ที่ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะที่โควต้ากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฎชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายไชยชนก ชิดชอบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์
นอกจากนี้ กลุ่มเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทย มาโดยตลอด ปรากฎมีชื่อของนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร
ขณะที่ตำแหน่งประธานสภา ชัดเจนแล้ว คือ นายโสภณ ซารัมย์ ส่วนรองประธาน สภาคนที่หนึ่งเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย แต่ได้มอบหมายให้สส.ภาคใต้ ตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง
ขณะที่โควตาพรรคร่วม คือ พรรคเพื่อไทยจะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้ที่จะเหมาะสมได้เป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตาเช่นกัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้อำนาจเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนด หลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือเป็นคนรุ่นเก่า แต่จะต้องยึดตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี ควบคู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภาคนที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุป
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ส่วนพรรคเล็ก 1-2เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อรองเพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการรวมเสียงหรือตั้งมุ้ง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นการเคาะในตำแหน่งท้ายสุด ซึ่งจะรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้าย
สำหรับโผ ครม.อนุทิน2 เสร็จสมบูรณ์ในทันทีที่มีการโหวตนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว และการจัด ครม.ครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ต้องการวางคนให้เหมาะกับงาน ที่ต้องจัดแต่ละกระทรวงทำงานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันขึ้นตรงกับนายกฯ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างรัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะมี 291 เสียง ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มี.ค. 69)




