
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ (9 มี.ค.) หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุระดับ 110 ดอลลาร์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 51,740.46 จุด ร่วงลง 3,880.38 จุด หรือ -6.98%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,101.04 จุด ลดลง 656.25 จุด หรือ -2.55% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,077.68 จุด ลดลง 46.51 จุด หรือ -1.13%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 4.15% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลง 7.9%
ณ เวลา 11.46 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 25.65 ดอลลาร์ หรือ 28% แตะที่ระดับ 116.55 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่าผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางต่างปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลก ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านที่ยังไม่มีแนวโน้มยุติลง
คูเวต ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับ 5 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันจากโรงกลั่นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 มี.ค.) หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่การผลิตน้ำมันของอิรักในแหล่งน้ำมันหลักทางตอนใต้ร่วงลงไปถึง 70% จากระดับประมาณ 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ทางด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโอเปก ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า UAE กำลังจัดการระดับการผลิตนอกชายฝั่งอย่างระมัดระวังเพื่อรองรับความต้องการด้านคลังจัดเก็บน้ำมัน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจช่วงเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 1.3% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% หลังจากขยับขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนม.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนก.พ. ปรับตัวขึ้น 1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.9% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.2% และดีกว่าในเดือนม.ค.ที่ร่วงลง 1.4% สะท้อนให้เห็นว่าภาวะเงินฝืดที่เกิดจากราคาผู้ผลิตเริ่มบรรเทาลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





