
บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ได้รับสัญญาด้านกลาโหม 2 ฉบับจากกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ (เพนตากอน) รวมมูลค่าประมาณ 761 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสัญญาหลักเกี่ยวข้องกับการจัดหาวัสดุและชิ้นส่วนสำหรับการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-35 ขณะที่อีกสัญญาหนึ่งเป็นงานซ่อมแซมชิ้นส่วนสำหรับระบบเรดาร์ SPY-1 ของระบบอาวุธ Aegis
สัญญาหลักมูลค่า 700.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มอบให้กับบริษัท Lockheed Martin Aeronautics Co. ในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส โดยเป็นการปรับแก้สัญญาเดิมซึ่งเป็นแบบกำหนดราคาตายตัวและมีส่วนจูงใจ (fixed-price incentive contract) เพื่อจัดหาวัสดุและชิ้นส่วนที่ต้องสั่งผลิตล่วงหน้า (long lead materials) สำหรับการผลิตเครื่องบิน F-35 ในลอตที่ 20 และ 21 ซึ่งครอบคลุมเครื่องบินสำหรับรัฐบาลเดนมาร์ก รวมถึงเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับประเทศพันธมิตรในโครงการ F-35 และลูกค้าต่างประเทศในโครงการ Foreign Military Sales
งานภายใต้สัญญานี้จะกระจายไปยังหลายพื้นที่ โดยเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส คิดเป็นสัดส่วน 59% ของงานทั้งหมด, เมืองเอลเซกุนโด รัฐแคลิฟอร์เนีย 14% และเมืองวอร์ตัน สหราชอาณาจักร 9% ส่วนงานที่เหลือจะดำเนินการในเมืองคาเมรี อิตาลี (4%), ออร์แลนโด รัฐฟลอริดา (4%), แนชัว รัฐนิวแฮมป์เชียร์ (3%), บัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ (3%), ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย (2%) และสถานที่อื่น ๆ นอกแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ (2%) โดยคาดว่างานจะแล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค. 2573
สัญญาดังกล่าวจะใช้เงินทุนจำนวน 305.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนของประเทศพันธมิตรในโครงการ F-35 และอีก 394.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนของลูกค้าโครงการ Foreign Military Sales ซึ่งมีผลผูกพันงบประมาณทันที ณ วันที่มอบสัญญา
นอกจากนี้ ล็อกฮีด มาร์ติน ในเมืองมัวร์สทาวน์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ยังได้รับสัญญาแยกอีกฉบับหนึ่ง มูลค่า 60.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับซ่อมแซมชิ้นส่วน 123 รายการที่สนับสนุนระบบเรดาร์ SPY-1 ในระบบอาวุธ Aegis โดยสัญญาแบบกำหนดราคาตายตัว (firm-fixed-price contract) นี้ เป็นงานที่จะดำเนินการในเมืองมัวร์สทาวน์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ทั้งหมด และคาดว่าจะสั่งงานครบภายในเดือนมี.ค. 2574
สำหรับสัญญาระบบเรดาร์นี้ จะยังไม่มีการผูกพันงบประมาณ ณ วันที่มอบสัญญา โดยคำสั่งส่งมอบแต่ละรายการจะใช้เงินทุนจากกองทุนเงินทุนหมุนเวียนประจำปีงบประมาณที่เหมาะสมของกองทัพเรือเมื่อมีการออกคำสั่ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





