
สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานในวันนี้ (10 มี.ค.) ว่า ยอดการส่งออกของจีนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ปีนี้ พุ่งขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 7.1% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมีความยืดหยุ่น แม้เผชิญกับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ก็ตาม
ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 19.8% ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 6.3% ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนม.ค.-ก.พ. พุ่งขึ้นแตะระดับ 2.1362 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.796 แสนล้านดอลลาร์
โดยปกติแล้ว GAC จะรวมข้อมูลการค้าของเดือนม.ค.-ก.พ. เข้าด้วยกันในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในช่วงเวลาดังกล่าว
รายงานของ GAC ยังระบุด้วยว่า การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ลดลง 16.9% มาอยู่ที่ 6.0971 แสนล้านหยวน (8.822 หมื่นล้านดอลลาร์) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่การค้ากับสหภาพยุโรป (EU) พุ่งขึ้น 19.9% สู่ระดับ 9.9894 แสนล้านหยวน และการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้น 20.3% แตะระดับ 1.24 ล้านล้านหยวน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจีนเริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง และยังบ่งชี้ว่ายอดขายในต่างประเทศของจีนยังคงได้รับแรงส่งอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สงครามอิหร่านจะปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ.
อย่างไรก็ดี วิกฤตการณ์ที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางในขณะนี้กำลังสร้างความเสี่ยงครั้งใหม่ให้กับจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามเริ่มลุกลามไปนอกภูมิภาค
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





