ตลาดจับตาท่าที “ทาคาอิจิ” ปมกดดัน BOJ ชะลอขึ้นดอกเบี้ย

จุดยืนด้านนโยบายการเงินของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในวันนี้ (10 มี.ค.) หลังสมาชิกสภานิติบัญญัติตั้งคำถามต่อ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นว่า นายกรัฐมนตรีได้กดดัน คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ให้ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีรายงานจากสื่อว่า ทาคาอิจิได้แสดงความกังวลต่อการปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวมากขึ้น ระหว่างการหารือกับอุเอดะเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งมีท่าทีสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อาจกดดัน BOJ ให้ดำเนินนโยบายขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม คาตายามะระบุว่า เธอไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่อุเอดะได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุม ซึ่งยืนยันว่าทาคาอิจิไม่ได้ยื่นคำขอด้านนโยบายการเงินใดเป็นการเฉพาะ พร้อมระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องอ่อนไหว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลระหว่างบทบัญญัติทางกฎหมายสองประการ ได้แก่ หลักการที่รับรองความเป็นอิสระของ BOJ ในการกำหนดนโยบายการเงิน และข้อกำหนดที่ให้นโยบายของ BOJ ต้องสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

คาตายามะกล่าวต่อรัฐสภาว่า โดยทั่วไปแล้วนโยบายการเงินควรอยู่ภายใต้อำนาจของ BOJ ขณะเดียวกันก็หวังว่า BOJ จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เงินเฟ้อแตะระดับเป้าหมาย 2% อย่างมีเสถียรภาพ โดยควรเกิดจากการปรับขึ้นค่าจ้าง ไม่ใช่แรงกดดันจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีมีมุมมองในทิศทางเดียวกัน

แม้ BOJ จะมีความเป็นอิสระตามกฎหมาย แต่ที่ผ่านมา ธนาคารกลางมักเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หรือเข้าควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยนผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ก่อนหน้านี้ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นสู่ระดับ 0.75% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หลังประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเข้าใกล้การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน โดยอุเอดะได้ส่งสัญญาณว่า BOJ พร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของ BOJ เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอาจกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก และยังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่กำลังอยู่ในระดับสูง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)