UN เตือนวิกฤตเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ว่า การสัญจรทางทะเลที่ชะงักงันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้สร้างความหวั่นวิตกว่าอาจเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดพลังงาน การขนส่งทางเรือ และห่วงโซ่อุปทานโลก

สำนักข่าวซินหัวนำเสนอรายงานวิเคราะห์ของ UNCTAD ซึ่งระบุว่า การยกระดับปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 1 ใน 4 ของโลก ตลอดจนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และปุ๋ยในปริมาณมหาศาล

รายงานระบุว่า ตลาดน้ำมันตอบรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเวลาต่อมาไม่นาน

UNCTAD เตือนว่า ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดพลังงาน เนื่องจากการค้าปุ๋ยทางทะเลราว 1 ใน 3 ของโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงปุ๋ยของกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

รายงานระบุว่า ต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย และการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้ราคาอาหารดีดตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และจะซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพให้รุนแรงยิ่งขึ้น

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาอาจมีความเปราะบางต่อภาวะผันผวนเหล่านี้เป็นพิเศษ เนื่องจากภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ได้กลายเป็นข้อจำกัดในการรับมือกับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นรอบใหม่

นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจเปราะบาง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)