อิหร่านเผยปชช.ดับทะลุ 1,300 คน โวยมะกัน-อิสราเอลจงใจโจมตีพลเรือน

อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำสหประชาชาติ เปิดเผยในวันอังคาร (10 มี.ค.) ว่า มีพลเรือนกว่า 1,300 คนเสียชีวิต และสถานที่ของพลเรือน 9,669 แห่งถูกทำลายในอิหร่าน หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อิราวานีแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า สถานที่ของพลเรือนที่ถูกทำลายประกอบด้วยบ้านพักอาศัย 7,943 หลัง ศูนย์การค้าและบริการ 1,617 แห่ง สถานพยาบาลและร้านขายยา 32 แห่ง โรงเรียนและสถาบันการศึกษา 65 แห่ง อาคารสภาเสี้ยววงเดือนแดง 13 แห่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่ง

“พวกเขาจงใจโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนทั่วประเทศของผมอย่างไม่เลือกหน้า พวกเขาไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและไม่ยับยั้งชั่งใจในการก่ออาชญากรรมเหล่านี้” อิราวานีกล่าว “มีการจงใจพุ่งเป้าโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยที่มีประชากรหนาแน่นและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของพลเรือน” พร้อมเสริมว่าตัวเลขความสูญเสียยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป

อิราวานียกตัวอย่างหลายเหตุการณ์ที่มีการโจมตีเป้าหมายพลเรือน หนึ่งในนั้นคือการระดมโจมตีคลังเก็บเชื้อเพลิงในกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ อย่างหนักเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ส่งผลให้สารพิษที่เป็นอันตรายจำนวนมากรั่วไหลสู่ชั้นบรรยากาศ

นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีสนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะรานเมื่อเช้าตรู่ของวันเสาร์ ทำให้เครื่องบินพลเรือนและอาคารสถานที่ภายในสนามบินถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงการโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Desalination plant) บนเกาะเกช์ม (Qeshm Island) ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ซึ่งส่งผลให้การจ่ายน้ำไปยัง 30 หมู่บ้านต้องหยุดชะงัก

อิราวานีระบุว่า ในช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ (8 มี.ค.) อิสราเอลได้ “จงใจก่อการร้ายด้วยการโจมตี” โรงแรมรามาดาในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ทำให้มีนักการทูตอิหร่านเสียชีวิต 4 คน “การพุ่งเป้าสังหารนักการทูตบนดินแดนของรัฐอธิปไตยอื่น ถือเป็นการก่อการร้ายที่ร้ายแรง เป็นอาชญากรรมสงคราม และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง”

อิราวานีย้ำว่า “ประชาคมระหว่างประเทศต้องลงมือทำทันทีเพื่อหยุดยั้งสงครามนองเลือดที่กระทำต่อประชาชนชาวอิหร่าน เราจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องประชาชนของเรา ดินแดนของเรา และเอกราชของเรา”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)