
ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ในสังกัดกองทัพอังกฤษ รายงานเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าเกิดเพลิงไหม้กลางช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากถูกโจมตีด้วยวัตถุวิถีโค้งที่ไม่สามารถระบุชนิดได้
หน่วยงานระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุจากเรือลำดังกล่าวว่าถูกวัตถุบางอย่างพุ่งชนจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ขึ้นบนเรือ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากตอนเหนือของประเทศโอมานไปประมาณ 11 ไมล์ ซึ่งถือเป็นบริเวณเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้เรือลำดังกล่าวได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและอยู่ระหว่างการเร่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ UKMTO ระบุว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ทางหน่วยงานยังได้รับรายงานเหตุโจมตีเรืออีกลำหนึ่งบริเวณนอกชายฝั่งรัฐราสอัลไคมาห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย
ทั้งนี้ แม้อิหร่านไม่ได้ออกมาประกาศว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่ที่ผ่านมาอิหร่านมักพุ่งเป้าโจมตีเรือในช่องแคบและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 1 ใน 5 ของการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับอิหร่านยังคงเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ โดยเรือขนส่งน้ำมันดิบที่ถูกคว่ำบาตรมักเลือกใช้วิธีเดินเรือแบบพรางตัว หรือการปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS) เพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบตำแหน่งได้
ด้าน Neptune P2P Group บริษัทด้านความปลอดภัยทางทะเล รายงานในวันนี้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา มีเรือเพียง 7 ลำเท่านั้นที่เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้สำเร็จ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงข่ายการขนส่งของอิหร่านถึง 5 ลำ
ขณะที่ Kpler เปิดเผยว่า ขณะนี้อิหร่านได้เริ่มกลับมาส่งออกน้ำมันดิบผ่านสถานีขนถ่ายน้ำมันจาสก์บริเวณอ่าวโอมานอีกครั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)





