
หุ้นของสายการบินอินดิโก (IndiGo) ของอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ (11 มี.ค.) หลังจากราหุล ภาฏิยา ผู้ก่อตั้งสายการบิน ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนปีเตอร์ เอลเบอร์ส ที่ประกาศลาออก โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการเปลี่ยนผ่านจะเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะเพิ่งเผชิญวิกฤตเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ราคาหุ้นของอินดิโกปรับตัวขึ้นถึง 3% แตะระดับ 4,512.90 รูปีในระหว่างวัน หลังจากที่ร่วงลงไป 21.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยวเมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค.
บริษัทหลักทรัพย์เจฟฟรีส์ (Jefferies) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า “จากที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำมักเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีผู้ก่อตั้งคอยกำกับดูแลเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง” พร้อมชี้ว่าปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะสั้น คือเสถียรภาพการดำเนินงานท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง ความชัดเจนของตารางบินช่วงฤดูร้อน และความคืบหน้าในการสรรหาซีอีโอคนใหม่
ขณะเดียวกัน ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ประเมินว่า อินดิโกจะไม่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยคาดว่าภาฏิยาจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการยกระดับภาพลักษณ์ของสายการบิน
ทั้งนี้ อินดิโก ซึ่งเป็นสายการบินที่ครองส่วนแบ่งตลาดราว 65% ในอินเดีย (ตลาดการบินที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก) ต้องยกเลิกเที่ยวบินถึง 4,500 เที่ยวเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากล้มเหลวในการวางแผนเรื่องเวลาพักและเวลาปฏิบัติงานของนักบินให้เพียงพอ ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างหลายหมื่นคน
ในเวลาต่อมา หน่วยงานกำกับดูแลได้กล่าวตักเตือนเอลเบอร์ส ฐาน “หละหลวมในการกำกับดูแลการปฏิบัติการบินในภาพรวมและการจัดการวิกฤต”
แม้ว่าทางอินดิโกจะเปิดเผยเพียงจดหมายลาออกของเอลเบอร์สที่ระบุเหตุผลว่าเป็น “เรื่องส่วนตัว” แต่ภาฏิยาได้กล่าวถึงเหตุการณ์ยกเลิกเที่ยวบินในเดือนธ.ค. (ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปีของสายการบินต้นทุนต่ำแห่งนี้) ไว้ในบันทึกภายในที่แจกแจงถึงบทบาทใหม่ของเขา
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มสายการบินทั่วโลกเริ่มทรงตัวเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าสงครามอาจ “จบลงในเร็ว ๆ นี้” ทั้งนี้ น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งโดยปกติคิดเป็นสัดส่วน 20%-25% ของต้นทุนการดำเนินงาน ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของสายการบินรองจากค่าแรง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)





