
ออสเตรเลียประกาศปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงอาบูดาบีและกรุงเทลอาวีฟ รวมถึงสถานกงสุลในนครดูไบ หลังประเมินว่าสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น
เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยต่อรัฐสภาวันนี้ (11 มี.ค.) ว่า เมืองอย่างน้อย 9 แห่งซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตและสถานกงสุลออสเตรเลีย เผชิญการโจมตีจากขีปนาวุธและโดรนอิหร่าน
หว่องระบุว่า การตอบโต้ของอิหร่านยังคงเกิดขึ้นในวงกว้าง และมีความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พร้อมเตือนว่าสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงในระยะใกล้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานทางการทูตของออสเตรเลียในอาบูดาบี ดูไบ และเทลอาวีฟ ต้องปิดทำการชั่วคราว อีกทั้งรัฐบาลได้สั่งให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่การทูตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิสราเอลเดินทางออกจากพื้นที่แล้ว
หว่องเสริมว่า “การโจมตีที่เป็นอันตรายและสั่นคลอนเสถียรภาพของอิหร่าน ทำให้ชีวิตของพลเรือนรวมถึงชาวออสเตรเลียตกอยู่ในความเสี่ยง โดยเรายังคงให้ความช่วยเหลือชาวออสเตรเลียที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่เที่ยวบินพาณิชย์ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดเริ่มกลับมาให้บริการ และเราได้ขยายการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล”
ทั้งนี้ มีชาวออสเตรเลียมากกว่า 3,200 คนเดินทางออกจากตะวันออกกลางแล้วผ่านเที่ยวบินพาณิชย์ 23 เที่ยวบิน ขณะที่ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง มีพลเมืองออสเตรเลียราว 115,000 คนพำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)





