
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เริ่มต้นในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อฉุดราคาพลังงานให้ต่ำลง หลังจากราคาพุ่งขึ้นเนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า การระบายน้ำมันในปริมาณดังกล่าวของสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการร่วมกันระบายน้ำมันจำนวน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งสมาชิก 32 ประเทศของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ให้คำมั่นไว้เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การระบายน้ำมันจากคลังสำรอง SPR ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 120 วัน
“เป็นเวลา 47 ปีที่อิหร่านและกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ทำสงครามแทนอิหร่านมีความตั้งใจที่จะสังหารชาวอเมริกัน พวกเขาได้ปลุกปั่นและคุกคามความมั่นคงทางพลังงานของอเมริกาและชาติพันธมิตร แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ยุคสมัยเหล่านั้นกำลังจะสิ้นสุดลง” ไรต์กล่าวในแถลงการณ์
IEA ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรลในวันพุธ เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
การระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565
อย่างไรก็ดี IEA ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด โดยระบุว่าการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองจะเป็นไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ
ปัจจุบัน สมาชิก IEA ถือครองคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินของรัฐมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และยังมีน้ำมันอีกราว 600 ล้านบาร์เรลที่ภาคอุตสาหกรรมเก็บไว้ภายใต้ข้อกำหนดของรัฐบาล
ทั้งนี้ 32 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกของ IEA ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ชิลี สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





