
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนช่วง 2 เดือนแรกปี 69 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 243 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 196 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 64,429 ล้านบาท
จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 1,265 ล้านบาท
2. จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 11,796 ล้านบาท
3. ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 18,886 ล้านบาท
4. สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 17,218 ล้านบาท
5. ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,338 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 68 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 62 ราย (34%) (ม.ค.-ก.พ. 69 อนุญาต 243 ราย / ม.ค.-ก.พ. 68 อนุญาต 181 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท (83%) (ม.ค.-ก.พ. 69 ลงทุน 64,429 ล้านบาท / ม.ค.-ก.พ. 68 ลงทุน 35,277 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 2,638 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,294 คน (96%) (ม.ค.-ก.พ. 69 จ้างงาน 2,638 คน / ม.ค.-ก.พ. 68 จ้างงาน 1,344 คน)
นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 243 ราย มูลค่าลงทุน 36,313 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด 64,429 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการเพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค
3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

ต่างชาติลงทุนใน EEC ช่วง ม.ค.-ก.พ. 69
ในช่วง 2 เดือนแรกปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 81 ราย คิดเป็น 33% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 68 จำนวน 24 ราย (42%) (ม.ค. – ก.พ. 69 ลงทุน 81 ราย / ม.ค. – ก.พ. 68 ลงทุน 57 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 29,826 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 29 ราย ลงทุน 11,226 ล้านบาท ญี่ปุ่น 14 ราย ลงทุน 3,313 ล้านบาท สิงคโปร์ 12 ราย ลงทุน 7,415 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 26 ราย ลงทุน 7,872 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ
– ธุรกิจบริการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำหรับยางล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
– ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย
– ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักร เป็นต้น
ทั้งนี้ เฉพาะเดือนก.พ. 69 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 130 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 107 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 30,650 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2,376 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบเดินระบบอาณัติสัญญาณ และองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 69)





