
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งวันนี้ย้ายสถานที่ประชุมจากทำเนียบรัฐบาล มาเป็นที่รัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่าผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่ายังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
- เสนอแยกจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตฯ ลดความแออัดหน้าปั๊ม
นายกรัฐมนตรี ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุก หรือถังขนาดใหญ่ เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม หรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่ง หรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัด และความกังวลของประชาชน
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิง จากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสถานการณ์พลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชน
“สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้ รัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการจัดหาเชื้อเพลิง และสิ่งจำเป็น ให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ” นายกรัฐมนตรี ระบุ
- น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ปัญหาอยู่ที่การบริหารระบบขนส่ง

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทย ยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่ง และการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ
“เปรียบเสมือนตู้ ATM ที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวล และแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ว่ามีเงินไม่เพียงพอ” นายเอกนิติ ระบุ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่ 1.การสื่อสารสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันมีเพียงพอ 2.การบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.การจัดระบบแยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มาใช้บริการร่วมกับประชาชนที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัด และความกังวลของประชาชนได้
อย่างไรก็ดี ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ อาทิ ปตท. พีที และบางจาก ยืนยันในที่ประชุมฯ ว่าสต็อกน้ำมันของประเทศยังมีเพียงพอ และพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการการขนส่ง และการเติมน้ำมันในบางสถานีบริการอย่างเหมาะสมเท่านั้น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานศูนย์ ศบก. ได้เข้าประชุมออนไลน์ โดยสะท้อนปัญหาน้ำมันขาดแคลนในสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง เนื่องจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเข้าไปแย่งเติมน้ำมันกับประชาชนในสถานีบริการ เพราะความกังวลว่าในภาคอุตสาหกรรมจะไม่มีน้ำมันใช้ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ขอให้บริษัทที่ขายตรงช่วยประกาศว่า ใครที่ซื้อผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber) ขอให้มาซื้อได้ตามปกติ ส่วนเรื่องราคาให้ไปเจรจากันเอง
ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ชี้แจงกรณีการเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วประเทศ ยังดำเนินการได้ตามปกติ และตลอดกว่า 2 สัปดาห์ที่เกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยยังไม่เคยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยความกังวลที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการซื้อน้ำมันในปริมาณมากเพื่อกักตุน รวมถึงข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์
ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการพลังงานเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากหลายแหล่งทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดวิกฤตพลังงานในระยะใกล้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงโอกาสทางการค้าของไทยท่ามกลางวิกฤต ว่า ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหาร และอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง
ดังนั้น จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย
- เอกชนแจงเหตุต้องซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม เพราะมีส่วนต่างราคาถึงลิตรละ 11 บาท
ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า บริษัทใหญ่ที่มีรถหลายร้อยคัน ปกติจะไปซื้อน้ำมันกับผู้ค้าส่งน้ำมัน และไปตั้งฮับหรือศูนย์กระจายที่บริษัท แต่เนื่องจากรัฐบาลมากำหนดราคาหน้าปั๊มถูกกว่าราคาของผู้ค้าส่ง คือถูกกว่าถึงลิตรละ 11 บาท ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นำรถไปรอคิวเติมน้ำมันที่สถานีบริการ และเกิดเป็นประเด็นไปแย่งน้ำมันกับรายย่อย
ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหา โดยรัฐบาลจะต้องมาพิจารณาราคาว่าจะทำอย่างไร รวมถึงในส่วนของเรือในประเทศ โดยเฉพาะเรือขนน้ำมันในภาคใต้ทั้งหมดที่ต้องซื้อน้ำมันแพงกว่าราคาหน้าปั๊ม ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพสินค้าต่าง ๆ ในภาคใต้ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปจะเพิ่มสูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น โดยบางช่วงการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
สำหรับกรณีเรือสินค้ามยุรี นารี ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.69 บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือ 20 คน ออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อค่ำวานนี้ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (16 มี.ค.)
อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในวันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศได้ประสานงานกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกเรือคนไทยต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 มี.ค. 69)




