
น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 217 ล้านคน บนแพลตฟอร์ม “ทริปดอทคอม” (Trip.com) ปรากฏว่า ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า ในการจัดอันดับ Global 100 Must-Visit Destination ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับมากถึง 33% ของจุดหมายปลายทางทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยครองแชมป์จุดหมายปลายทางระดับโลก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองสัดส่วนสูงในหลายหมวดหมู่การท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค เช่น
– 57% ของจุดหมายปลายทางด้าน Family-Friendly Destination สำหรับการท่องเที่ยวกับครอบครัว
– 50% ของจุดหมายปลายทางในหมวดชายหาด และเกาะยอดนิยม
– 41% ของกิจกรรมท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาค
– 36% ของจุดหมายปลายทางด้านอาหาร และร้านอาหารยอดเยี่ยม
พร้อมกันนี้ ข้อมูลยังชี้ว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา การจองทริปเดินทางมายังประเทศไทย เพิ่มขึ้นกว่า 24% บนแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งสถิติทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของรัฐบาล และภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และพลังขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงประเทศไทยยังมีจุดแข็งทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวได้แสดงแนวโน้มสำคัญว่า นักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลกในอนาคต
“ข้อมูลอินไซต์จากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคและระดับโลก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย และพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และนำประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป” น.ส.นัทรียา กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 มี.ค. 69)




