ทรัมป์เรียกร้องญี่ปุ่น-จีนและชาติพันธมิตร เร่งส่งเรือรบคุ้มครองความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่น ๆ เร่งส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือทุกลำที่แล่นผ่าน หลังจากอิหร่านยังคงปิดเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญแห่งนี้

การเรียกร้องของปธน.ทรัมป์มีขึ้นก่อนที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศจีนในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนด้วย

“หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ควรจะส่งเรือรบออกมาปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อทำให้ช่องแคบเปิดใช้งานและมีความปลอดภัย” ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.)

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า แม้สหรัฐฯ ได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้ว แต่ความช่วยเหลือจากประเทศอื่น ๆ ยังคงเป็นที่ต้องการ เนื่องจากอิหร่านสามารถวางทุ่นระเบิดใต้น้ำ ยิงขีปนาวุธ และส่งโดรนบินไปที่ใดที่หนึ่งตามแนวหรือภายในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างง่ายดาย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประเทศที่ปธน.ทรัมป์ระบุชื่อในโพสต์ของเขา ได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้

ปธน.ทรัมป์มีกำหนดพบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.นี้ โดยคาดว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-และอิสราเอลจะกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างผู้นำทั้งสอง

สงครามซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สามได้ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลกถูกปิดลง ขณะที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากสำหรับญี่ปุ่นที่จะส่งกองกำลังติดอาวุธไปยังภูมิภาคตะวันออกกกลางภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยเหตุผลด้านรัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวว่า รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นซึ่งยึดมั่นในแนวทางสันติภาพนั้น ไม่ได้ห้ามการให้ความช่วยเหลือด้านการกวาดทุ่นระเบิดที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดลง แต่ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนที่จะส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดไปยังตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ทาคาอิจิกล่าวว่า โดยหลักการแล้ว ญี่ปุ่นจะไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกวาดทุ่นระเบิดได้ตราบใดที่ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจถือเป็นการใช้กำลังทหารต่อประเทศอื่น ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่อนุญาต เว้นแต่ความอยู่รอดของญี่ปุ่นจะถูกคุกคาม แต่หากสงครามสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ทุ่นระเบิดเหล่านั้นอาจถือเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกทิ้งร้าง และสามารถเก็บกู้ได้โดยไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)