
เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (เพนตากอน) ประเมินว่า การทำสงครามกับอิหร่านซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 อาจใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ในการดำเนินภารกิจให้เสร็จสิ้น
แฮสเซตต์ระบุว่า แม้เพนตากอนจะวางกรอบเวลาไว้เช่นนั้น แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
แฮสเซตต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของสำนักข่าว CBS News ในวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ว่า เพนตากอนเชื่อว่าปฏิบัติการนี้จะกินเวลา 4-6 สัปดาห์ และขณะนี้สถานการณ์ถือว่าคืบหน้าเร็วกว่าที่ประเมินไว้ พร้อมแสดงความเห็นว่า เมื่อความขัดแย้งยุติลง เศรษฐกิจโลกจะได้รับแรงหนุนเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ
แฮสเซตต์เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ออกมาขอให้ชาวอเมริกันอดทนต่อผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมย้ำว่า เป้าหมายในการขจัดภัยคุกคามจากอิหร่านในตะวันออกกลางนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องแลก
ขณะเดียวกัน คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ This Week ของสำนักข่าว ABC ว่า ความขัดแย้งน่าจะยุติลงภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หรืออาจเร็วกว่านั้น ซึ่งจะช่วยให้อุปทานพลังงานฟื้นตัวและกดดันราคาน้ำมันให้ปรับลดลง
ไรต์เปิดเผยด้วยว่า เขาได้หารือกับหลายประเทศ หลังจากปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษ ส่งเรือรบเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเขาแสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ จะได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
ไรต์ยอมรับว่า รัฐบาลสหรัฐฯ รับรู้ตั้งแต่ต้นว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนในระยะสั้น และค่าครองชีพของชาวอเมริกันจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดที่ระดับสูงกว่า 103 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันศุกร์ (13 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราว 20% ของโลก และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)





