กัมพูชาไฟเขียวกม.ปราบฉ้อโกงออนไลน์ ลงโทษหนักผู้บงการทั้งจำทั้งปรับ

เนตร พักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา เปิดเผยว่า รัฐบาลกัมพูชาได้อนุมัติร่างกฎหมายปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ที่จะลงโทษผู้บงการอย่างรุนแรง ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ที่ผ่านมา

เนตรกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดของกัมพูชาในการต่อสู้กับการฉ้อโกงทางออนไลน์และการฟอกเงิน จะช่วยป้องกันและกำจัดการฉ้อโกงทางออนไลน์ให้หมดจากประเทศ เพื่อสะท้อนว่ากัมพูชาไม่ใช่สรวงสวรรค์อันปลอดภัยสำหรับอาชญากรรมเหล่านี้

ร่างกฎหมายฉบับนี้ระบุว่า ผู้บงการศูนย์การฉ้อโกงทางออนไลน์จะต้องโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับเงินสูงถึง 1 พันล้านเรียล (ราว 8 ล้านบาท) แต่หากการฉ้อโกงดังกล่าวเกี่ยวพันกับความรุนแรง การทารุณ การกักขัง การค้ามนุษย์ หรือการบังคับใช้แรงงาน จะต้องโทษจำคุก 10-20 ปี และปรับเงินสูงถึง 2 พันล้านเรียล (ราว 16 ล้านบาท)

ส่วนหัวหน้าใหญ่ของการฉ้อโกงทางออนไลน์จะต้องโทษจำคุก 15-30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากการฉ้อโกงดังกล่าวนำไปสู่ผู้เสียชีวิตหนึ่งรายหรือหลายราย ขณะผู้กระทำการฉ้อโกงทางออนไลน์จะต้องโทษจำคุก 2-5 ปี และปรับเงินสูงถึง 500 ล้านเรียล (ราว 4 ล้านบาท)

อนึ่ง ร่างกฎหมายปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ฉบับนี้จะต้องผ่านการรับรองจากรัฐสภากัมพูชาและพิจารณาทบทวนโดยวุฒิสภาเป็นขั้นสุดท้ายก่อนเสนอต่อพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี เพื่อการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กัมพูชาได้ปราบปรามเครือข่ายการฉ้อโกงทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม รวมถึงฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีสากล โดยทางการกัมพูชาแสดงความมุ่งมั่นจะกำจัดแหล่งการฉ้อโกงทางออนไลน์ให้หมดสิ้นภายในเดือนเม.ย.นี้

กระทรวงกิจการภายในของกัมพูชาระบุว่า กัมพูชาได้เนรเทศผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงทางออนไลน์ชาวต่างชาติมากกว่า 30,000 ราย และมีผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงทางออนไลน์ชาวต่างชาติสมัครใจเดินทางออกจากกัมพูชาอีกกว่า 2.1 แสนราย หลังจากกัมพูชายกระดับปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ในเดือนมิ.ย. 2568

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)