
รัฐบาลลาวออกมาตรการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการทำงานทางไกล การลดการประชุมแบบพบหน้า การสลับวันหรือรอบการทำงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น
ตามประกาศล่าสุดของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งออกเมื่อวันที่ 13 มี.ค. มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้น้ำมัน เสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเตรียมความพร้อมให้ประเทศสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
ภายใต้คำสั่งดังกล่าว หน่วยงานภาครัฐได้รับคำสั่งให้จัดระบบหมุนเวียนบุคลากร เพิ่มสัดส่วนการประชุมทางไกล ดำเนินมาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการใช้น้ำมัน
สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า รัฐบาลมอบหมายให้ตรวจสอบผู้นำเข้าและสถานีจำหน่ายน้ำมัน เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบและป้องกันการกระทำผิด พร้อมเดินหน้ารณรงค์การประหยัดเชื้อเพลิง สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ และศึกษามาตรการสนับสนุนการใช้ EV เพิ่มเติม
นอกจากนี้ กระทรวงอุตฯ จะติดตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา และผัก เพื่อป้องกันความผันผวนที่มากเกินไป ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตและการค้าภายในประเทศ
ส่วนกระทรวงโยธาธิการและคมนาคมจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาการเชื่อมต่อระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit) กับสถานีรถไฟและสนามบิน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
ขณะที่กระทรวงการคลังจะประเมินผลกระทบของวิกฤตพลังงานโลกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เพื่อให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศยังคงดำเนินไปตามเป้าหมาย
ด้านกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม จะผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในกลุ่มเกษตรกรและภาคธุรกิจ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสำรองอาหาร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ทั้งนี้ รัฐบาลลาวจะเพิ่มความเข้มข้นในการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดเชื้อเพลิง และเตรียมความพร้อมรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง ราคาสินค้าและบริการ ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)





