
หลายประเทศในยุโรป รวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงท่าทีไม่เต็มใจหรือปฏิเสธข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมในภารกิจทางทหารเพื่อรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้นำของหลายประเทศในยุโรปได้ย้ำถึงความจำเป็นของการแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางด้วยแนวทางทางการทูต พร้อมเตือนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคไม่ควรถูกยกระดับไปสู่การดึงองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) หรือชาติยุโรปเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่ลุกลามเป็นวงกว้างในครั้งนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ปฏิเสธเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารเพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่า NATO เป็น “พันธมิตรด้านการป้องกัน” ไม่ใช่ “พันธมิตรเพื่อการแทรกแซง” พร้อมระบุว่า ตราบใดที่ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ เยอรมนีจะไม่เข้าร่วมมาตรการทางทหารเพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ
คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ EU ว่า กลุ่มประเทศสมาชิก EU ไม่มีความต้องการที่จะขยายปฏิบัติการแอสพิเดส (Aspides) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางเรือที่ใช้ในปัจจุบัน ไปยังช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านอันโตนิโอ ทายานี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ก็แสดงความกังวลเช่นกัน โดยระบุว่าภารกิจที่มีอยู่ เช่น ปฏิบัติการแอสพิเดส และอาตาลันตา (Atalanta) ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องปรามและปราบปรามโจรสลัดเป็นหลัก ทำให้การขยายภารกิจไปยังช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความเสี่ยงสูงนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
ขณะที่เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อจัดทำแผนที่มีความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูความปลอดภัยของการเดินเรือ แต่ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ถูกวางแผนให้เป็นภารกิจของ NATO
ท่าทีระมัดระวังของบรรดาผู้นำยุโรปเหล่านี้ มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ หลังปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทมส์ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์อังกฤษที่ปฏิเสธคำร้องขอความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ในช่วงแรก และทำแค่เพียงการส่งเรือเข้าร่วมหลังจากความเสี่ยงได้ลดระดับลงแล้ว
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การกดดันของสหรัฐฯ อาจมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้พันธมิตรยุโรปเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยมาร์กคู คังกัสปูโร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบันอเล็กซานเตรี แห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ตั้งคำถามว่า ประเทศสมาชิก NATO ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ก่อขึ้นอย่างผิดกฎหมายหรือไม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





