
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (17 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ (18 มี.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ
- ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,993.26 จุด เพิ่มขึ้น 46.85 จุด หรือ +0.10%
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,716.09 จุด เพิ่มขึ้น 16.71 จุด หรือ +0.25% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,479.53 จุด เพิ่มขึ้น 105.35 จุด หรือ +0.47%
หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน รวมทั้งการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นสายการบิน Delta ทะยานขึ้นกว่า 6% และหุ้น American Airlines Group พุ่งขึ้น 3.5% หลังจากสายการบินทั้งสองแห่งปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในไตรมาสปัจจุบัน ขณะที่หุ้น United Airlines พุ่งขึ้น 3.2%
หุ้น Norwegian Cruise Line Holdings บวกกว่า 2% และหุ้น Expedia Group พุ่งขึ้นกว่า 4%
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.02% โดยหุ้นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่อย่าง Occidental และ ConocoPhillips ต่างก็ดีดตัวขึ้น 1% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น
หุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.5% โดยฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อของบริษัทในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) ทั้งนี้ หุ้นบริษัทบริหารสินทรัพย์ Blackstone พุ่งขึ้น 4.6%, หุ้น Apollo Global พุ่งขึ้น 5.3% และหุ้น KKR ปรับตัวขึ้น 3.3%
หุ้น Uber ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่ง พุ่งขึ้น 4.2% หลังจากบริษัทประกาศแผนเปิดตัวรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxis) ในปีหน้า โดยใช้ซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของบริษัท Nvidia
หุ้น Honeywell International ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ ปรับตัวลง 1.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาสแรก
หุ้น Eli Lilly ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยา ร่วงลงเกือบ 6% หลังจากนักวิเคราะห์ของ HSBC ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Eli Lilly เป็น “Reduce” จาก “Hold”
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปประมาณ 1 เดือน เนื่องจากการสู้รบกับอิหร่านยังคงยืดเยื้อ ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะยุติการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ตลอดจนรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





