
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) เปิดเผยว่า LH Fund แนะนำกองทุนเปิด แอล เอช ลองจิวิตี้ เฮลธ์แคร์ (LH LONGEVITY HEALTHCARE FUND : LHLONGEVITY) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Tema Oncology ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมด้านมะเร็งวิทยา (Oncology) ซึ่งรวมถึงบริษัทเวชภัณฑ์ ชีววิทยา เทคโนโลยีการรักษา และการวิจัยโรคมะเร็ง
โดย LHLONGEVITY ถูกออกแบบมาเพื่อผสานทั้ง เสถียรภาพ และ การเติบโต ผ่านการลงทุนใน Large Pharma Mid Pharma และ Small Biopharma เพื่อให้นักลงทุนได้รับทั้งฐานรายได้ที่แข็งแรงจากบริษัทขนาดใหญ่ และโอกาส upside จากนวัตกรรมยารุ่นใหม่ โดยกองทุนหลัก TEMA Oncology ETF สร้างผลตอบแทนโดดเด่น โดยให้ผลตอบแทน 1 ปีที่ 48.89% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงซึ่งให้ผลตอบแทน 18.86% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนศักยภาพการเติบโตเชิงโครงสร้างของธีม Oncology ทั้งยังมี Sharpe Ratio ที่สูงกว่าตลาด สะท้อนประสิทธิภาพต่อความเสี่ยงที่โดดเด่น
กองทุน LHLONGEVITY จะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 19-26 มี.ค. 2569
นายมนรัฐกล่าวว่า LH Fund มองเห็นโอกาสในธีม Longevity ในฐานะธีมการลงทุนเชิงโครงสร้างระยะยาวของโลกยุคใหม่ จากการที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) แม้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรจะยืนยาวขึ้น แต่ช่วงปลายชีวิตของคนจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังและภาวะสุขภาพที่ถดถอย ดังนั้น ‘การมีชีวิตที่ยืนยาว’ จึงต้องเป็นลักษณะ ‘การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ’ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อโลกสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการรับมือกับโรคร้ายสำคัญได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ป่วยมะเร็งกว่า 70% ถูกวินิจฉัยหลังอายุ 60 ปี ด้วยเหตุนี้ Oncology หรือ กลุ่มนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็ง จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้แนวคิด Longevity เกิดขึ้นได้จริงในเชิงระบบ
ในมุมมองของ LH Fund ธีม Longevity มีความน่าสนใจผ่าน Oncology มากขึ้นจาก 3 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ประการแรก คือ Structural Demand ของตลาด Oncology ที่แข็งแกร่งในระยะยาว จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ควบคู่กับมูลค่าตลาดยารักษามะเร็งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงฐานรายได้ของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว และทำให้ Oncology มีความสำคัญเชิงโครงสร้างต่อระบบสุขภาพโลก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





