
เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ประกาศเตรียมปิดให้บริการ โฮไรซอน เวิลด์ส (Horizon Worlds) เครือข่ายสังคมออนไลน์เสมือนจริงบนแว่นตาอัจฉริยะตระกูล Quest VR อย่างเป็นทางการ โดยจะปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มที่เคยเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโลกเมตาเวิร์ส (metaverse) ให้กลายเป็นเพียงแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการถอยฉากจากโปรเจกต์โลกเสมือนจริงที่บริษัทเคยทุ่มเทอย่างหนัก หลังจากต้องเผชิญภาวะขาดทุนย่อยยับจนต้องปลดพนักงาน และหันไปเร่งรัดพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทน
ตามประกาศบนเว็บบล็อกของชุมชนผู้ใช้งานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 มี.ค.) เมตาระบุว่าแอป Horizon Worlds จะถูกถอดออกจากร้านค้า Quest Store ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. นี้ ก่อนจะยุติการให้บริการบนระบบ VR อย่างถาวรในวันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป หลังจากนั้นผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มนี้ได้ผ่านสมาร์ตโฟนเพียงช่องทางเดียว
ตัวแทนของบริษัทได้ระบุเหตุผลในการประกาศครั้งนี้ว่า “เรากำลังแยกแพลตฟอร์มทั้งสองออกจากกัน เพื่อให้แต่ละส่วนสามารถเติบโตได้อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และแพลตฟอร์ม Horizon Worlds จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานบนมือถือเพียงอย่างเดียว”
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สอดรับกับแผนการปรับโครงสร้างฝ่าย VR ที่บริษัทเคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า โดยการหันหัวเรือครั้งใหญ่นี้มีต้นตอมาจากปัญหาเรื้อรังของ Horizon Worlds ที่ไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้ตามเป้า เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังมีท่าทีไม่เปิดรับเทคโนโลยี VR
ข้อมูลจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซีระบุว่า แพลตฟอร์มนี้มียอดผู้ใช้งานประจำแตะระดับไม่กี่แสนรายต่อเดือน โปรเจกต์เมตาเวิร์สจึงกลายเป็นการลงทุนที่สร้างบาดแผลลึกให้บริษัท โดยหน่วยธุรกิจ Reality Labs ขาดทุนจากการดำเนินงานมหาศาลทุกไตรมาส ซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ระบุตัวเลขขาดทุนสูงถึง 6.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เมตาต้องเลิกจ้างพนักงานในแผนกนี้ไปกว่า 1,000 คนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการยุบสตูดิโอพัฒนาเกม VR ภายในอย่าง โอโร อินเทอร์แอคทีฟ (Ouro Interactive) ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2566 เพื่อป้อนคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์มนี้ด้วย
ภาพความล้มเหลวในปัจจุบันสวนทางกับความมุ่งมั่นเมื่อเดือนต.ค. 2564 ในยุคที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท ถึงขั้นประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจากเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นเมตา เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ที่เขายกย่องว่าเป็นพรมแดนใหม่ของเทคโนโลยี
ในตอนนั้น ซักเคอร์เบิร์กวาดฝันว่าภายใน 10 ปี เมตาเวิร์สจะเข้าถึงผู้คนนับพันล้าน เป็นแหล่งทำเงินทางดิจิทัลมูลค่านับแสนล้านดอลลาร์ และสร้างงานให้กับครีเอเตอร์รวมถึงนักพัฒนาจำนวนมหาศาล ทว่าในท้ายที่สุด Horizon Worlds ที่เคยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่และผูกขาดเฉพาะบนแว่นตา VR กลับต้องลดทอนตัวเองลงมาเหลือเพียงแอปบนมือถือ โดยหวังเจาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีแว่นตา VR ซึ่งมีรูปแบบการทำงานและการเล่นคล้ายคลึงกับเกมอย่างโรบล็อกซ์ (Roblox)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มี.ค. 69)





