ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าร่วง กังวลราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพลังงานกาตาร์

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (19 มี.ค.) หลังจากอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าวันนี้ และทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,875.94 จุด ร่วงลง 1,363.46 จุด หรือ -2.47%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,592.99 จุด ลดลง 432.43 จุด หรือ -1.66% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,024.23 จุด ลดลง 38.75 จุด หรือ -0.95%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.54% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียดิ่งลง 1.56%

ราคาน้ำมันเบรนท์และน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นในช่วงเช้านี้ หลังจากอิหร่านได้โจมตีนิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ของกาตาร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และส่งผลให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากรัฐบาลอิหร่านเตือนว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ทิ้งระเบิดโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันในแหล่งเซาท์พาร์ส (South Pars) และอาซาลูเยห์ (Asaluyeh) ของอิหร่าน

ทั้งนี้ แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก และมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอิหร่านและกาตาร์

ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับประมาณ 0.75% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง ในขณะที่ BOJ กำลังประเมินผลกระทบจากสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง BOJ กำลังอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องพยายามเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มี.ค. 69)