TOP พุ่ง 6.74% ขานรับค่าการกลั่นทรงตัวสูง โบรกปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ชี้ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบสงครามไปมากแล้ว

เมื่อเวลา 10.18 น. TOP พุ่ง 6.74% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท มาที่ 47.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 499.26 ล้านบาท จากราคาเปิด 45.50 บาท ราคาสูงสุด 47.50 บาท และราคาต่ำสุด 45.25 บาท

บล.ดาโอ ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มธุรกิจของ บมจ.ไทยออยล์ [TOP] จากแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และราคาน้ำมันดิบ (Crack Spread) ที่ทรงตัวในระดับสูงหลังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ขณะที่เราเชื่อว่าบริษัทสามารถลดความเสี่ยงด้านการจัดหาน้ำมันดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

1. เราคาดว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม Crack Spread ที่ทรงตัวสูง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กึ่งหนักกึ่งเบา (Middle Distillates) จากภาวะอุปทานขัดข้อง (Supply Shortage) ภายหลังเกิดสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US) และอิหร่าน

2. ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูง เชื่อว่า TOP จะบันทึกกำไรจากสต็อก (Stock Gain Net of NRV) ได้ใน ไตรมาส 1/69 ซึ่งน่าจะมากพอที่จะชดเชยผลขาดทุนที่เป็นไปได้จากเครื่องมือทางการเงิน (Hedging Loss)

3. เราเชื่อว่าความเสี่ยงจากการจัดหาน้ำมันดิบ (Crude Supply Risk) ลดลงแล้ว โดยบริษัทได้ทำการจัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นเพื่อทดแทนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้อย่างเพียงพอ และคาดว่าจะสามารถรักษาอัตราการใช้กำลังการกลั่น (Refinery Run Rate) ในระดับสูงได้

เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2569E/2570E ที่ 9.3/10.3 พันล้านบาท (เทียบกับ 4.9 พันล้านบาทในปี 2568) โดยมีสมมติฐานสำคัญคือ 1) Refinery Run Rate ที่สูงขึ้น 2) ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ดีขึ้น และ 3) ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง

ทั้งนี้ หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 17% ตั้งแต่เกิดสงคราม เราเชื่อว่าราคาได้สะท้อน Crude Supply Risk ไปมากแล้ว จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” โดยให้ราคาเป้าหมายเดิมที่ 50.00 บาท อิง PBV ปี 2569E ที่ 0.63x (ประมาณ -0.8SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)